คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ไม่อยากเจ็บ อย่าไว้ใจคนนิสัยต่อไปนี้

Published / by admin

 

การไว้ใจคนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ควรได้รับความไว้วางใจ เนื่องจากบางคนอาจมีลักษณะนิสัยที่ทำให้เราต้องเผชิญกับความเจ็บปวดหรือความผิดหวัง

หากต้องการหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ควรระมัดระวังคนที่มีนิสัยดังต่อไปนี้:

  1. คนที่พูดไม่จริง 

คนที่มีนิสัยไม่พูดความจริงหรือโกหกเป็นประจำ เป็นบุคคลที่ไม่ควรไว้ใจ เพราะพวกเขาอาจหลอกลวงหรือปิดบังความจริงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง การไว้ใจคนที่ไม่พูดจริงอาจทำให้เราเผชิญกับความผิดหวังในระยะยาว และอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์หรือธุรกิจร่วมกัน การถูกหลอกบ่อย ๆ อาจทำให้เราเสียทั้งเวลา ทรัพย์สิน และจิตใจ

  1. คนที่เห็นแก่ตัว  

คนที่เห็นแก่ตัวมักจะคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกหรือผลกระทบที่คนอื่นจะได้รับ การไว้ใจคนที่เห็นแก่ตัวอาจทำให้เราเสียเปรียบ และบางครั้งอาจถูกทอดทิ้งเมื่อเราไม่มีประโยชน์ให้กับพวกเขาอีกต่อไป ความเห็นแก่ตัวนี้สามารถทำลายความสัมพันธ์ทั้งในเชิงส่วนตัวและการทำงานร่วมกันได้ง่ายดาย

  1. คนที่ชอบบงการ  

คนที่ชอบควบคุมหรือบงการคนอื่นมักจะไม่เคารพสิทธิหรือความคิดของผู้อื่น การไว้ใจคนที่มีลักษณะนี้อาจทำให้เราถูกควบคุมหรือถูกกดดันให้ทำตามความต้องการของพวกเขา เราอาจสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง และถูกผลักดันไปทำสิ่งที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดและความเครียดในระยะยาว

  1. คนที่ไม่รักษาสัญญา  

คนที่ไม่รักษาสัญญาหรือขาดความรับผิดชอบมักทำให้เรารู้สึกผิดหวัง การไว้ใจคนประเภทนี้อาจทำให้เราเสียเวลาและโอกาสในชีวิต พวกเขาอาจไม่ทำสิ่งที่ตกลงกันไว้ หรือทิ้งให้เราต้องรับผิดชอบงานคนเดียว การไม่รักษาคำพูดทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนเสื่อมถอยลง

  1. คนที่ชอบนินทา  

คนที่ชอบนินทาหรือพูดเรื่องร้าย ๆ เกี่ยวกับผู้อื่นบ่อยครั้งเป็นคนที่ไม่ควรไว้ใจ การที่พวกเขาพูดถึงคนอื่นในทางไม่ดีต่อหน้าเรา อาจแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพูดถึงเราในทางไม่ดีต่อหน้าคนอื่นเช่นกัน การไว้ใจคนที่ชอบนินทาอาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อของการนินทาเอง และทำให้เราเสียหายทั้งในด้านชื่อเสียงและความสัมพันธ์

  1. คนที่ไม่เคารพความเป็นส่วนตัว 

คนที่ไม่เคารพความเป็นส่วนตัวมักจะเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตของเราโดยไม่คำนึงถึงขอบเขต การไว้ใจคนแบบนี้อาจทำให้เรารู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัย พวกเขาอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของเราโดยการถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไปหรือพยายามเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต

  1. คนที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่น 

การไว้ใจคนที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่นเป็นอันตราย เพราะพวกเขาอาจไม่เคารพเราเช่นกัน คนประเภทนี้มักมีทัศนคติที่รุนแรงและพร้อมที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่า การอยู่ใกล้หรือไว้ใจคนที่มีนิสัยไม่ให้เกียรติผู้อื่นอาจทำให้เรารู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับและเจ็บปวดทางอารมณ์

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ole777 ทางเข้า

ผัวเมียชราสุดช้ำ  เซ็นยกสมบัติให้หลาน  สุดท้ายโดนตะเพิด 

Published / by admin

เรื่องราวเกี่ยวกับเงินทองหรือว่าทรัพย์สมบัตินั้นไม่เข้าใครออกใครแม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ตาม

โดยเว็บไซต์ scmp ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชื่อดังของประเทศจีนได้มีการเปิดเผยเรื่องราวที่ชวนสุดสะเทือนใจของครอบครัวชาวจีนครอบครัวหนึ่งซึ่งเรื่องราวนั้นถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 31 เดือนมกราคม ปีพ.ศ 2567  

สำหรับเรื่องราวที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนในโลกออนไลน์หลังจากที่ได้มีการอ่านเรื่องราวของครอบครัวชาวจีนรายนี้เริ่มต้นมาจากการที่พ่อแม่ซึ่งอยู่ในวัยชราอายุเกือบที่จะ 90 ปีแล้ว ได้ตัดสินใจที่จะเซ็นยกมรดกซึ่งเป็นแฟลตแห่งหนึ่งที่มีมูลค่าประมาณ 1.05 ล้านหยวนให้กับหลานชายเพียงคนเดียวของครอบครัว

เนื่องจากว่าคู่รักวัยชรานี้มีลูกชายเพียงแค่คนเดียวและลูกชายก็มีหลานชายเพียงแค่คนเดียวด้วยเห็นว่าตนเองนั้นแก่ชรามากแล้วและมีสุขภาพที่ย่ำแย่ต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่บ่อยๆ

เมื่อผู้เป็นลูกชายร้องขอให้มีการยกมรดกให้กับหลานเพื่อเป็นการป้องกันกรณีฉุกเฉินทางด้านผู้เป็นตาจึงตัดสินใจเซ็นยกมรดกให้กับหลานชายทันทีถึงแม้ว่าฝ่ายที่เป็นภรรยาจะพยายามทักท้วงก็ตาม

เนื่องจากว่าทางด้านผู้เป็นภรรยากลัวว่าถ้าหากมีการเซ็นยกมรดกให้แล้ว  อาจจะทำให้ต้องสูญเสียบ้านไปเพราะลูกชายกับลูกสะใภ้อาจจะไม่ให้อาศัยอยู่

แต่เนื่องจากว่าชายชราเชื่อใจลูกชายของตนเองว่าจะไม่มีทางทิ้งพ่อกับแม่อย่างแน่นอนจึงได้ตัดสินใจเส้นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ห้องดังกล่าวให้กับหลานชาย 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับหลานชายก็เริ่มมีเค้ารางสิ่งชั่วร้ายเข้ามา  เมื่อลูกชายและลูกสะใภ้มาบอกกับพ่อแม่ว่าต้องการที่จะขายแฟลตดังกล่าวเพราะอยากจะได้เงินไปซื้อวิลล่าเพื่ออยู่อาศัย 

และเมื่อได้รับการต่อต้านจากทางคู่รักวัยชรา  ลูกชายกับต่อว่าพ่อแม่อย่างรุนแรง รวมถึงไม่ยอมให้พ่อกับแม่เข้าไปพักอาศัยภายในแฟลตดังกล่าว  ทำให้คู่รักวัยชราที่ร่างกายอ่อนแอและมีโรคภัยไข้เจ็บจำเป็นที่จะต้องย้ายไปอยู่เกสต์เฮ้าส์  

ด้วยความที่พ่อกับแม่ไม่ได้รับการดูแลจากลูกหลังจากที่มีการโอนมรดกให้กับหลานชายทำให้คู่สามีภรรยาสูงวัยตัดสินใจนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

มาตีแผ่ผ่านโลกออนไลน์โดยหวังว่าชาวโซเชียลจะเข้ามาแนะนำวิธีที่จะทำให้ทั้งคู่นั้นสามารถนำ Flash ของตนเองกลับคืนมาได้โดยทั้งคู่อยากจะได้ข้อแนะนำทางกฎหมายนั่นเอง 

เหตุการณ์ที่บุตรหรือลูกหลานมักทอดทิ้งพ่อแม่  หรือปู่ย่าตายายของตนเองหลังจากที่ได้รับมรดกแล้วในประเทศไทยก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่งในประเทศไทยนั้นมีกฎหมายรองรับที่ถ้าหากว่ามีการโอนมรดกให้กับลูกหรือหลานไปแล้วแต่ถูกทอดทิ้งสามารถฟ้องร้องนำมรดกที่โอนไปให้กับคืนมาได้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    huaydee

ดราม่าน้องลมหนาวนักเรียนชั้นม. 3 ติด 0 เพราะลาไปแข่งสนุกเกอร์คว้าเหรียญทอง 

Published / by admin

จากกรณีพ่อของน้องลมหนาว  ซึ่งเป็นถึงผู้สื่อข่าวกีฬารุ่นใหญ่ได้มีการโพสต์ข้อความลงโซเชียลพูดถึงลูกชายของตนเองที่ได้ 0 วิชาสุขศึกษาและวิชาพลศึกษาทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับทางโรงเรียน

เนื่องจากว่าลูกชายได้ไปสร้างผลงานให้กับโรงเรียนแต่แก่ทางโรงเรียนปรับให้ลูกชายติด 0 โดยในปัจจุบันนั้นน้องลมหนาวเรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพฯ ชั้นม. 3 

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่คนในโซเชียลได้รับทราบเรื่องราวของน้องลมหนาวต่างก็พากันรู้สึกไม่พอใจที่ทางคุณครูไม่ดูแลใส่ใจทั้งที่เด็กต้องหยุดเรียนและไม่สามารถไปสอบพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆได้เพียงเพราะว่าต้องไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติซึ่งทางโรงเรียนสมควรที่จะต้องมีการเลื่อนการสอบให้กับเด็กนักเรียน  

ในที่สุดหลังจากที่มีดราม่าเกิดขึ้นทางโรงเรียนอัสสัมชัญก็ได้มีการออกมาชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีการออกมายอมรับว่า  ผลการสอบที่เป็นศูนย์ของน้องลมหนาวนั้นเป็นความผิดพลาดของระบบ AI ซึ่งเป็นคะแนนของการสอบกลางภาคเท่านั้นโดยน้องลมหนาวยังไม่ได้มีการติด 0 และยังไม่ได้มีการเรียนซ้ำชั้นแต่อย่างใด

เนื่องจากว่ายังต้องมีคะแนนจากการสอบปลายภาคมาสะสมเพิ่มด้วย  นอกจากนี้ทางด้านโรงเรียนอัสสัมชัญยังออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับนักเรียนที่คนที่สร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียน

ดังนั้นจึงจะมีคะแนนพิเศษให้กับนักเรียนที่ไปแข่งขันต่างๆและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอย่างแน่นอนโดยผลการให้คะแนนพิเศษนี้จะออกหลังจากที่มีการสอบปลายภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ทางโรงเรียนอัสสัมชัญเท่านั้นที่ออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  เพราะเหตุการณ์ดราม่าของน้องลมหนาวนี้ส่งผลกระทบกับครูประชันชั้นที่สอนวิชาพลศึกษาและวิชาสุขศึกษาด้วยเช่นเดียวกันเนื่องจากว่ามีชาวโซเชียลที่ไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไปต่อว่าคุณครูท่านนี้อย่างมากมายสุดท้ายแล้วคุณครูจึงได้ออกมาชี้แจง

  โดยระบุว่าตัวเลขศูนย์ที่ให้ไปนั้นไม่ได้เป็นเกรดของน้องลมหนาวแต่เนื่องจากว่าน้องลมหนาวนั้นตั้งแต่เปิดเทอมมาไม่เคยส่งงานเลยและวิชาพลศึกษากับสุขศึกษานั้นก็ไม่ได้มีการสอบในช่วงกลางภาคดังนั้นจึงไม่มีคะแนนที่จะสามารถใส่ให้กับน้องลมหนาวได้แต่ถ้าหากว่าภายหลังน้องลมหนาวได้มีการนำงานที่สั่งมาส่งก่อนสอบปลายภาคคะแนนก็จะมีการเปลี่ยนจากเลข 0 เป็นเลขอื่นตามปกติ 

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นแนวความคิดของผู้ปกครองของน้องลมหนาวซึ่งถ้าหากผู้ปกครองได้มีการพูดคุยรายละเอียดกับคุณครูรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาแล้วก็จะรู้ว่าเลขศูนย์ที่ตนเองออกมาโวยวายนั้นยังไม่ใช่เกรดที่ลูกชายของตนเองจะได้รับและสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องราวดังกล่าวอย่างไรได้บ้างโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาดราม่าผ่านทางโลกออนไลน์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    huaylike เข้าสู่ระบบ

ชายเทพบุตรสุดหล่อ อ้างตัวเป็น ปปส. หลอกจีบหญิงซื้อรถให้ 

Published / by admin

            ทางด้านทนายรณรงค์ ได้รับเรื่องจากผู้เสียหายมากกว่า 5 ราย แจ้งว่า ถูกนายเต้ หลอกให้ซื้อรถ เพื่อที่จะนำรถยนต์ ไปทำการให้เช่า โดยนำเงินไปหมุนเวียน จะทำธุรกิจ

โดยลดแต่ละคันนั้นออกเป็นรถป้ายแดงจากศูนย์ และชื่อ ที่ออกทุกคันเป็นชื่อของหญิงสาวผู้เสียหายทั้งหมดโดยแต่ละคนนั้นเสียหายหลายล้านและก็ยังตามจับ ผู้ก่อเหตุคนนี้ยังไม่ได้ยังอยู่ในการหลบหนี ชายคนนี้มีชื่อว่านายเต้ หรือชื่อจริงมีนามว่านายจิรากร  เฉลยสุข หลอกๆว่าชื่ออาคมกับหญิงสาวบางคน แต่เขาหลอกให้คุณรัก ใช่ค่ะคบหากันเป็นแฟนหลอกให้เชื่อใจค่ะ

  หลอกแบบว่าทำเป็นทักมาพูดคุย โดยผ่านเฟชบุ๊ค เพราะผู้เสียหายรายนี้ทำงานทำออนไลน์ แล้วสักพักก็คือสร้างเรื่องว่าขับรถชนคนแล้วก็เขาเป็นข้าราชการมาแจ้งหนูว่าเป็นตำรวจปปส. แล้วเดือดร้อนเรื่องเงิน ต้องการให้ช่วยมิฉะนั้นจะโดนไล่ออกจากราชการ โดยยอดเงินที่ต้องการก้อนแรกนั้น ยอดประมาณ 37,000 บาท

ทางเธอก็ยินดีที่จะโอนให้ เพื่อคิดว่า เดือดร้อน และก็เหมือนว่า ทักมาจีบเหมือนดูใจกันก็คิดว่าจะช่วยเหลือกัน จึงโอนเงินไปให้  

เพื่อเป็นงานค่าใต้โต๊ะตำรวจเพื่อให้รอดจากคดี เธอจึงได้โอนเงินก้อนนี้ให้เพื่อให้ไม่กระทบต่องานราชการของชายคนนี้ จากนั้นก็พูดคุยกันมาเรื่อยๆ ก็ชวนไปออกรถทั้งหมด 4 คัน โดย ทั้งหมด การเงินของเขาติดขัด ไม่สามารถที่จะออกรถเป็นชื่อของเขาได้จึงให้เป็นชื่อของหญิงสาวผู้เสียหายคนนี้

 

จะนำเงินมาคืนให้และจะพยายามปิดยอดให้เร็วที่สุดเพราะรถมันปล่อยเช่าสามารถที่ได้เงินคืนไว้ แต่ก็ทำตัวโง่ๆว่ามีเงินแต่ไม่นับเงิน มาใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายทั้ง หมด

โดยอ้าง เหตุผลสารพัด แต่สุดท้ายก็หนีหายไปโดยที่ไม่ผ่อนค่ารถ ทำให้ไฟแนนซ์นั้น มาตามที่ ตัวเธอเอง  มาที่หญิงสาวรายที่ 2 ชื่อนางสาวมาศผู้เสียหาย ก็ถูกนายเต้ คนนี้ ทำท่าทีเหมือนจะมาจีบโดยผ่านเพื่อนทาง Facebook และชี้ตัวว่าต้องการคบกับคนนี้ให้ติดต่อให้

  และพอคบไปสักพักหนึ่งหลังจากที่มีการพูดคุยกันมาสักระยะ ก็ได้ตกลงไปเที่ยวกันที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ทางตัวนายเต้เองนั้นได้ทำ ท่าทีพูดคุยกับเพื่อนว่าจะทำธุรกิจรถเช่า มีการโอ้อวดแหวน ข้าราชการที่ ทำงานมา ก็ทำให้ตนเองนั้นหลงเชื่อว่าชายคนนี้นั้นทำงานราชการในตำแหน่ง ปปส.จริง  และก็ชวนคุณมาศ ไปออกรถยนต์ และมอเตอร์ไชต์   ทั้งหมดรวม 6 คัน เสียหายทั้งหมด หลายล้าน 

เท่านี้ยังไม่หมดยังมีผู้เสียหายอีกมากมาย ตอนนี้รวมตัวพาไปแจ้งความดำเนินคดี โดยมีทนายรณรงค์เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ให้นำตัวมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

สนับสนุนโดย    huaydee

คำเตือน  ห้ามซดซุปหมาล่า  เพราะถึงขั้นลำไส้อักเสบได้ 

Published / by admin

เมนูหมาล่าถือได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตสำหรับคนไทยอยู่ในขณะนี้เลยก็ว่าได้ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่เมื่อไปกินอาหารประเภทชาบูก็มักจะเลือกเป็นน้ำหมาล่าเพราะรสชาติของหมาล่านั้นมีความเผ็ดและมีความอร่อยกลมกล่อมลงตัว

ซึ่งเราสามารถที่จะนำเนื้อสัตว์และผักต่างๆใส่ไปในซุปหมาล่าที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้รสชาติของอาหารนั้นอร่อยมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 22 เดือนกรกฎาคมปีพ.ศ 2566 ได้มีเจ้าของร้านขายชาบูหม่าล่าแห่งหนึ่งได้ออกมาโพสต์ประกาศเตือนผ่านทางติ๊กต๊อก

โดยระบุว่า มีลูกค้าหลายคนที่ไปใช้บริการที่ร้าน Hotpot Man ซึ่งเป็นร้านของเจ้าของโพสต์แล้วเกิดความสงสัยว่าเวลาที่มีการสั่งซุปหมาล่าแล้วกินน้ำซุปจนพร่องและมีการขอเติมทำไมทางร้านจึงเป็นการเติมซุปน้ำใสให้กับลูกค้าแทนที่จะเติมซุปหม่าล่า

ซึ่งประเด็นนี้ทางด้านเจ้าของร้านก็ได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลพร้อมทั้งมีการเตือนลูกค้าที่ชื่นชอบการกินซุปหมาล่าว่าโดยปกติแล้วน้ำซุปที่สามารถกินได้นั้นก็คือซุปน้ำใสส่วนซุปหมาล่าที่คนไทยกำลังนิยมกินนั้นเป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีนและคนจีนก็ไม่ได้มีการดื่มน้ำซุปหมาล่าเนื่องจากว่ายิ่งต้มไปนานๆน้ำซุปของมาแล้ว

จะมีรสชาติเข้มข้นโดยจะมีความเผ็ดและความเค็มมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้รสชาติของซุปหมาล่าไม่เผ็ดมากและไม่เค็มมากจนเกินไปเวลาที่มีการเติมน้ำซุปให้กับลูกค้าจึงต้องเติมซุปน้ำใสใส่เข้าไปแทนเพื่อรสชาติของน้ำซุปหมาล่าจะได้กลมกล่อม

นอกจากนี้คำเตือนของร้าน Hotpot Man ยังระบุด้วยว่าไม่แนะนำให้ลูกค้าที่ไปรับประทานชาบูซดน้ำซุปหมาล่า

เนื่องจากว่าในน้ำซุปหมาล่านั้นจะมีสมุนไพรและสมุนไพรดังกล่าวนั้นกินเข้าไปก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการท้องเสียได้และยิ่งสำคัญถ้าหากว่าน้ำมีความเค็มหรือเผ็ดมากจนเกินไปนั้นก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของลำไส้ซึ่งอาจจะทำให้ถึงขั้นเกิดปัญหาลำไส้อักเสบได้เลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงไปในโลกออนไลน์ก็มีผู้คนให้ความสนใจกับคำเตือนนี้กันค่อนข้างเยอะและมีหลายคนที่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตนเองว่ามีการไปกินชาบูแล้วกินซุปหมาล่ามักจะมีอาการท้องเสียอยู่บ่อยครั้ง

ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่นั้นก็ไม่รู้ว่าสาเหตุของการท้องเสียนั้นเกิดมาจากอะไรจนเมื่อทางเจ้าของร้าน Hotpot Man ได้ออกมาพูดถึงเรื่องของน้ำซุปที่มีเครื่องเทศเยอะและมีวัตถุดิบที่ค่อนข้างเข้มข้นนั้นทำให้ ผู้คนเริ่มเข้าใจถึงสาเหตุของอาการท้องเสียและตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดจากการดื่มน้ำซุปหมาล่าได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    เว็บหวยดี

ตั๋วผี หมอชิต สายใต้ เจอจิ้กโก๋กร่าง ด่ากราด ผู้โดยสาร มีเหตุการณ์หนึ่ง

Published / by admin

ตั๋วผี หมอชิต สายใต้  เกิดขึ้นที่ หมอชิต สายใต้ใหม่ เป็นเส้นทางที่ รถโดยสารวิ่งผ่านเฉพาะภาคใต้มีแม่ลูกอยู่ 3 คน ได้เดินทางไปถึงที่หมอชิตสายใต้ใหม่

เพื่อจะเดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พอไปถึง เธอก็ พบเจอกับหนุ่ม คนหนึ่ง สอบถามว่าจะเดินทางไปที่ไหนเธอก็บอกว่าจะเดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำลังจะขึ้นไปซื้อตั๋วที่ชั้น 3 ของหมอชิตสายใหม่ ทางผู้ชายคนนั้น ก็ตอบกลับเธอมาว่า เขาได้ยกเลิกขายตั๋วชั้น 3 ไปแล้ว เธอจึงคิดว่ามีการยกเลิกตั๋วไปแล้ว เพราะไม่ได้มาที่ บขส หมอชิตสายใต้ใหม่นานแล้ว เพราะปกติลูกสาวจะทำการจองเครื่องบินทุกครั้งจะเดินทางกลับสุราษฎร์ธานี

โดยที่ขึ้นเครื่องกลับบ้านแต่ครั้งนี้น่าจะทำการจองตั๋วเครื่องบินให้ไม่ทันจึงได้นั่งรถแท็กซี่มาที่ บขส.หมอชิตสายใต้ใหม่เพื่อจะกลับบ้าน กลับถูกผู้ชายคนนี้ ขายตัวให้ในราคาตัวละ 1,100 บาท

ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง แต่เธอคิดว่า ไม่มีหนทางเลือกแล้ว เพราะชั้น 3 มีการยกเลิกขายตั๋ว เหมือนที่ชายคนนี้กล่าว โดยเธอได้จ่ายไปทั้งหมด 3,300 บาท จากนั้นก็ได้มีการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพราะว่าต้องไปขึ้นรถที่ชานชลาที่เท่าไหร่ชื่อบริษัทอะไร ทางชายคนที่ขายตั๋วก็บอกว่าเป็นบริษัทของเขาเอง

อยู่บริเวณแถวนี้ถึงเวลาจะเรียกให้ขึ้นรถ จากนั้น ลูกก็หิวข้าวจึงได้พาไปชั้น 3 เพราะเป็นจุดที่จำหน่ายอาหาร ระหว่างรอขึ้นรถโดยสารของผู้โดยสารทุกคน ปรากฏว่า หลังจากที่เดินขึ้นไปแล้ว

นั้นทางบริษัท ขนส่ง ที่เคยเดินทางปกติก่อนหน้านี้ก็มีการจำหน่ายตั๋วตามเคาน์เตอร์ต่างๆที่เราจะเลือกในการเดินทาง ที่เราสะดวกและง่ายต่อการ ต่อรถ ก็ถึงได้ไปสอบถามราคาที่ทาง บขส.เคาน์เตอร์ชั้น 3 ก็พบว่ายังมีรถว่างและราคาตั๋วไม่แพงเหมือนที่เธอได้จ่ายกับผู้ชายคนนั้นไป

เธอและลูกๆจึงได้ลงมาหาชายคนที่จำหน่ายตั๋วให้ในครั้งนี้ จึงคิดทันทีว่าถูกหลอกขายตั๋วผีให้เพราะราคาเกิน เท่าตัวของราคารถปกติ จึงไปแจ้งว่าต้องการคืนตั๋วทั้งหมด 3 ใบ ทางชายคนนั้นก็บอกว่า ทำไมถึงจะต้องคืนเพราะอะไรทางผู้หญิงผู้เป็นแม่ก็แจ้งไปว่า

มีตั๋วชั้น 3 ขายแล้วจะไปเดินทางขึ้นที่ชั้น 3 ที่เป็นบริษัทที่เคยเดินทาง ชายคนดังกล่าวก็บอกว่าคืนให้ได้แต่จะหักค่าตั๋ว 20% ของราคาทั้งหมด เท่ากับราคาของเธอนั้นจะโดนหักไป 660 บาท

โดยเธอ ไม่อยากมา ทะเลาะ หรือ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จึงยินยอมที่จะให้หัก 20% ในครั้งนี้และก็ได้พูดกับลูกๆว่า ไม่เป็นไรเงินแค่นี้ เราซื้ออาหารให้หมา ก็ราคาประมาณนี้ จากนั้นชายคนดังกล่าวที่ขายตั๋วได้ยินจึงเกิดความไม่พอใจได้มาด่าทอเธอ ต่อหน้าลูกๆ เหมือนดังที่คลิปวีดีโอแชร์ว่อนในติ๊กต๊อก

ว่าคนที่ขายตั๋วพร้อมที่จะเข้ามาตก ต่อยเธอเหตุที่ไปพูดจากวนใจแต่เธอไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายชายดังกล่าว แต่แค่เปรียบเปรย กับสิ่งที่เจอในครั้งนี้ให้ลูกๆฟังเป็นแค่การอธิบายไม่ได้มีการใส่ว่าร้ายของคนขายตั๋วเลย จึงอยากจะฝากเตือนพี่น้องคนไทยหากเจอ พวกที่จำหน่ายตั๋วแบบนี้ให้เดินทางไปที่เคาน์เตอร์ที่จำหน่ายตั๋วที่ถูกต้องตามกฎหมายจะได้ไม่ถูกหลอกเหมือนตนเองและครอบครัว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

อนาคตของ K-pop ถอาจจะตกอยู่ในภาวะวิกฤต

Published / by admin

เพลงป็อปของเกาหลีใต้เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก และดูเหมือนว่าความนิยมของเพลงจะยิ่งขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่บุคคลชั้นนำของอุตสาหกรรมกล่าวว่า K-pop “อยู่ในภาวะวิกฤต”

หัวหน้าโปรดิวเซอร์วง BTS ได้ทำการประเมินในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนที่แล้ว เขากล่าวว่าการเติบโตของธุรกิจ K-pop ได้ชะลอตัวลงหรือแม้กระทั่งติดลบในบางตลาด เขากล่าวว่าเทรนด์นี้น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ เนื่องจากเคป๊อปยังไม่มีการประหยัดต่อขนาด แม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในด้านธุรกิจและวัฒนธรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทเคป๊อปรายใหญ่ก็มีสัดส่วนเพียง 2% ของยอดขายแผ่นเสียงและสตรีมมิ่งทั่วโลก

 “การส่งออกเพลงเคป็อปทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อปีที่แล้ว” คิม จิน-วู หัวหน้านักวิจัยของ Circle Chart หนึ่งในชาร์ตเพลงยอดนิยมของเกาหลีที่มีอิทธิพลมากที่สุดกล่าว “แต่อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณของการชะลอตัว”

โดยข้อมูลศุลกากรของเกาหลีใต้แสดงให้เห็นว่าการส่งออกอัลบั้ม K-pop ในปีที่แล้วมีมูลค่าเกิน 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.8% จากปีที่แล้ว ตัวเลขนั้นเล็กกว่าการเติบโตของปีที่แล้ว 62.1% ในปี 2021 และ 82.6% ในปี 2020 Kim กล่าวว่าการชะลอตัวนั้นสามารถสังเกตได้ในตลาดที่สำคัญที่สุดบางแห่ง ส่วนแบ่งการนำเข้าอัลบั้ม K-pop ทั้งหมดของสหรัฐยังคงอยู่ที่ 17% เป็นเวลาสองปี

สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้าอัลบั้มเคป๊อปรายใหญ่อันดับสามรองจากญี่ปุ่นและจีน และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายอัลบั้มลดลงในทุกประเทศหลัก ๆ ยกเว้นเวียดนามในปีที่แล้ว

การหยุดพักของ BTS ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าจะเป็นการยากที่จะระบุสาเหตุของแนวโน้มขาลง ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ คิมเห็นด้วยกับบังว่าการหายไปของ BTS ในฐานะกลุ่มคือกลุ่มหลัก สมาชิกทั้ง 7 คนของวงประกาศพักงานเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่เกณฑ์ทหาร และตั้งแต่นั้นมาก็มุ่งเน้นไปที่โปรเจกต์เดี่ยว แต่แบงและผู้เชี่ยวชาญยังบอกด้วยว่ามีปัญหาใหญ่กว่าการไม่มีกลุ่ม ในฐานะที่เป็นศิลปินเกาหลีคนแรกที่  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ   ติดอันดับชาร์ต Billboard Hot 100 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ด BTS ประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา “อิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดของ BTS คือพวกเขาเพิ่มการพึ่งพาของ K-pop ในตลาดต่างประเทศ

และทำให้ BTS เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเพลงยอดนิยมระดับโลกอย่างแท้จริง” Lee Gyu-tag รองศาสตราจารย์แห่ง George Mason University Korea กล่าว โลกาภิวัตน์ของเคป๊อป

พวกเขาก็เปลี่ยนวงการเคป๊อปทั้งหมดในทันที นั่นหมายความว่า “เรายกระดับมาตรฐานของเราให้สูงขึ้นมาก” คิม โดฮอน นักวิจารณ์เพลงกล่าวถึงความคาดหวังที่มีต่อศิลปินเคป๊อปจากทั้งในอุตสาหกรรมและแฟนๆ อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์คิมกล่าวว่าอุตสาหกรรมเคป๊อปขาดโครงสร้างพื้นฐานและระบบที่จะก้าวหน้าต่อไป

ศิลปิน SM คนอื่นๆ เข้าร่วมแพลตฟอร์มแฟนเคป๊อปของ BTS

Published / by admin

ศูนย์วัฒนธรรมอย่าง HYBE ตกลงที่จะร่วมมือกับ Kakao บนแพลตฟอร์ม biz เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อบริษัทถอนการเสนอราคาสำหรับ SM ในการต่อสู้ 1 พันล้านดอลลาร์ สำหรับศิลปินของ SM Entertainment ไม่ว่าจะเป็น aespa และ NCT ถูกตั้งค่าให้เข้าร่วมบริการการมีส่วนร่วมของแฟน ๆ ของ HYBE Co.

ซึ่งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของแพลตฟอร์มที่ดำเนินการโดยค่ายเพลงที่อยู่เบื้องหลังความรู้สึกเคป๊อปอย่าง BTS และอย่างWeverse

แพลตฟอร์มแฟนด้อมชั้นนำของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าศิลปิน SM 12 คนวางแผนที่จะเปิดชุมชนอย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายนในบริการที่ดาราระดับโลกของ HYBE เช่น BTS และ Seventeen เป็นพื้นที่เสมือนจริงสำหรับผู้สนับสนุนของพวกเขา ศิลปินเหล่านั้นจะย้ายไปที่แพลตฟอร์มของ HYBE จากบริการชุมชนแฟนคลับที่มีอยู่ของ SM เพื่อสื่อสารกับแฟน ๆ ทั่วโลกและขายสินค้า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว HYBE ตัดสินใจยกเลิกการประมูลเพื่อควบคุม SM ผู้บุกเบิก K-pop กับ Kakao Corp. แต่ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านมือถือของประเทศในธุรกิจแพลตฟอร์มของพวกเขา โดยจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น

โดยการมีส่วนร่วมของศิลปิน SM ใน Weverse คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับฟองสบู่คู่แข่งในท้องถิ่นที่ดำเนินการโดย DearU Co. ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SM และโรงไฟฟ้าเคป๊อปอีกแห่ง JYP Entertainment 

นอกจากนี้ จะมี NCSOFT Corp ผู้พัฒนาเกมรายใหญ่ของเกาหลีใต้เข้าร่วมและดำเนินการแพลตฟอร์มที่คล้ายกัน แต่ขายให้กับ DearU แน่นอนว่าถึงแม้จะมีการทำในลักษณะเหมือนกัน แต่ในการดำเนินงานนั้นจะมีความแตกต่างกัน 

ผู้ดำเนินการของ Weverse รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.5 พันล้านวอน (1.1 ล้านดอลลาร์) ในปี 2565 แกว่งจากกำไร 8.4 พันล้านว ศิลปินรวมถึง Blackpink

จากค่ายเพลงเคป๊อปอื่น ๆ เช่น YG Entertainment Inc. รวมถึงดาราต่างประเทศอย่าง Alexander 23 กำลังดำเนินการชุมชนแฟนคลับบนแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากกว่า 65 ล้านคนจาก 200 ประเทศอนในปีที่แล้ว แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 28.5% เป็น 30.7 พันล้านวอน

ด้วยความสามารถในการจะพัฒนา ไม่เพียงแต่จะสามารถทางด้านแพลตฟอร์มต่างๆเท่านั้น แต่ยังคงรวมไปถึงการพัฒนาในด้านความสามารถและส่งเสริมในตัวศิลปินด้วย  ถึงแม้ว่าในการสร้างจุดแข็งในการโฆษณาครั้งลาสุดนี้นั้นจะเน้นไปยังกลุ่มศิลปินที่มีความสามารถและเป็นที่นิยมมีชื่อเสียงอยู่แล้วก็ตาม แต่ในอนาคตนั้นเชื่อว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้

จะสามารถดันเหล่าศิลปินที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือหรือรอการส่งเสริมนั่นเอง ทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการสนับสนุนและการร่วมมือ เพื่อการเติบโตทั้งทางด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาและรวมถึงการเข้าถึงการสนับสนุนเหล่าเคป๊อปมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งในด้านวงการบันเทิงและเทคโนโลยด้วย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ทางเข้า ufabet มือ ถือ

นักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตย

Published / by admin

นักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้นในปี 2502 ในฐานะกลุ่มเยาวชนที่ไม่รุนแรงซึ่งเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ความสนใจของพวกเขาหันไปที่การต่อต้านสงครามเวียดนามในทศวรรษที่ 1960 ในภาพนี้ Robert Pardun ผู้นำใน SDS กำลังพูดคุยกับสมาชิกของสื่อมวลชนที่สวนสาธารณะริมถนนใกล้กับฟาร์มปศุสัตว์ Lyndon B. Johnson ในเท็กซัสในปี 1965

กลุ่มดังกล่าวจัดฉากการเฝ้าประท้วงนโยบายการบริหารของประธานาธิบดีจอห์นสันในเวียดนาม (AP Photo / Ferd Kaufman ใช้โดยได้รับอนุญาตจาก Associated Press) Students for a Democratic Society (SDS)

นักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนหัวรุนแรงที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาในปี 2502 พัฒนาเป็นสาขาขององค์กรการศึกษาสังคมนิยมที่เก่าแก่กว่า นั่นคือ League for Industrial Democracy

SDS มีความเชื่อว่าขบวนการเยาวชนที่ไม่รุนแรงสามารถเปลี่ยนสังคมสหรัฐให้เป็นระบบการเมืองต้นแบบที่ประชาชนจะควบคุมนโยบายสังคม แทนที่จะเป็นแค่ชนชั้นนำในสังคม การเคลื่อนไหวทางแพ่งของสมาชิกมักจะทำให้พวกเขาใช้เสรีภาพในการแก้ไขครั้งแรก

บางครั้งก็ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สมาชิกรายแรกของ SDS คือ ทารกผ้าอ้อมแดงสมาชิกกลุ่มแรกของ SDS ส่วนใหญ่เป็น “ทารกผ้าอ้อมแดง” นั่นคือลูกของพ่อแม่ที่ตื่นตัวทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ก้าวหน้าและรุนแรงในช่วงทศวรรษที่ 1930

SDS ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้จัดการประชุมระดับองค์กรครั้งแรกในปี 1960 ที่เมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ซึ่งโรเบิร์ต อลัน ฮาเบอร์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในภาพนี้ ทอม เฮย์เดน ผู้ก่อตั้ง Student for a Democratic Society ให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการว่าด้วยความรุนแรงของประธานาธิบดีในปี 2511 (ภาพ AP ใช้โดยได้รับอนุญาตจาก Associated Press)แถลงการณ์ SDS วิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองของสหรัฐฯ แถลงการณ์ทางการเมืองของ SDS หรือแถลงการณ์ Port Huron เขียนโดย Tom Hayden วัย 22 ปี

อดีตบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน เอกสารดังกล่าวซึ่งนำมาใช้ในปี 2505 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้ง SDS วิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองของสหรัฐฯ

ว่าล้มเหลวในการบรรลุสันติภาพระหว่างประเทศหรือจัดการกับความเจ็บป่วยทางสังคมจำนวนนับไม่ถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการเหยียดเชื้อชาติ วัตถุนิยม ลัทธิทหาร ความยากจน และการแสวงประโยชน์

แถลงการณ์เรียกร้องให้มี “ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางสังคมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา SDS นำไปสู่การตื่นตัวทางการเมือง การประท้วงการแก้ไขครั้งแรกในวิทยาเขตของวิทยาลัย การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองที่นำไปสู่การก่อตั้ง SDS ยังกระตุ้นให้เกิดขบวนการเยาวชนที่เป็นการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง

นั่นคือ Berkeley Free Speech Movement (FSM) ซึ่งนำโดยพันตรี Mario Savio ซึ่งเป็นนักปรัชญารุ่นเยาว์ Free Speech Movement เกิดขึ้นในฐานะการประท้วงการแก้ไขครั้งแรกต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผู้นำชุมชนที่โดดเด่นเพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษารวบรวมเงินบริจาคและรับสมัครนักศึกษาคนอื่นๆ

เพื่อทำงานในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองในภาคใต้ที่แยกจากกันการเคลื่อนไหวทั้งสองร่วมกัน – SDS และ FSM – สร้างความตื่นตัวทางการเมืองในวิทยาเขตของวิทยาลัยซึ่งถูกขนานนามว่า New Left และกลายเป็นแกนหลักของขบวนการต่อต้านวัฒนธรรมที่ครอบงำกิจกรรมของนักศึกษาในช่วงอายุหกสิบเศษ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet เว็บตรง

สาวรัสเซียตกคอนโด เพื่อนร่วมสัญชาติส่อมีพิรุธ

Published / by admin

สาวรัสเซียตกคอนโด จากเหตุการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียวัย 37 ปี  ชื่อนางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา อุบัติเหตุ พลัดตกคอนโด เสียชีวิต

โดยมีความสูงถึง 8 ชั้นและคอนโดดังกล่าวนั้นอยู่แถวบริเวณริมถนนพระบารมีตำบลป่าตอง   จังหวัดภูเก็ต   ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงยังจุดเกิดเหตุพบว่าการเสียชีวิตในครั้งนี้ของสาวชาวรัสเซียค่อนข้างมีปริศนา เนื่องจากว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นมีเพื่อนที่เป็นชาวรัสเซียด้วยกันอยู่บนห้องพักของผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คนแต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ขอสอบปากคำกับทั้ง 3 คน กลับไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือในการให้รายละเอียดใดใดเลย 

       นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่า ศพของ นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตนั้น ที่มือขวาได้กำเส้นผมเอาไว้แน่น  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นห้องพักของ นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา  มีร่องรอยของการดื่มแอลกอฮอล์กัน ขณะเดียวกันทุกคนก็มีอาการมืนเมา ไม่พร้อมให้การใดใดทั้งสิ้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำราวจยังพบถุงยางอนามัยที่ถูกฉี่เตรียมที่จะใช้งาน 1 ซองอีกด้วย 

        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจแต่เนื่องจากว่าทั้ง 3 คนไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเตรียมร่างแปลภาษาเพื่อมาพูดคุยโดยทั้ง 3 คนต้องการที่จะคุยกับทางเจ้าหน้าที่ของสถานทูตของประเทศรัสเซียอย่างเดียวเท่านั้นดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการควบคุมตัวทั้ง 3 คนเอาไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อรอประสานงานเจ้าหน้าที่สถานทูตในวันรุ่งขึ้น 

       อย่างไรก็ตามวันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2565  ช่วงเวลาประมาณ 10:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังคอนโดที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่งโดยเข้าไปค้นหาหลักฐานและตรวจสอบห้องพักของ  นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา  ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตอีกรอบนึงเพื่อที่จะได้นำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดมาใช้ประกอบสำนวนในการดำเนินคดี 

        นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังต้องรอผลการสอบปากคำของบุคคลทั้ง 3 คนซึ่งเป็นเพื่อนของ นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา  และยังอยู่ในเหตุการณ์ในขณะที่นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา ตกคอนโดเสียชีวิตอีกด้วยรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องมีการรอข้อมูลหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ที่ต้องนำร่างของนางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา  ไปตรวจร่างกายเพื่อหาเหตุผลของการตกคอนโดจนเสียชีวิตในครั้งนี้ 

         สำหรับคดีดังกล่าวนั้น เป็นคดีที่ส่งผลต่อชื่อเสียงของประเทศไทยเนื่องจากว่า  นางสาว เยฟเจเนีย สมร์โนวา  เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยและเสียชีวิตขณะ ท่องเที่ยวดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งสะสางคดีให้รวดเร็วที่สุดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดระหว่างประเทศเกิดขึ้นและอาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจการท่องเที่ยวได้ 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet