พ่อค้าขายปลาหมึกกินยาฆ่าตัวตาย พร้อมอัดคลิปฝากลูกสาวหลังจากที่ธุรกิจขายปลาหมึกเจ๊ง

Published / by admin

        พ่อค้าขายปลาหมึกกินยาฆ่าตัวตาย  เมื่อวันที่ 30 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ผู้ใช้บริการ  Application tiktok รายหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอที่ตนเองอัดขึ้นมาซึ่งในคลิปนั้นเป็นภาพที่ชายคนหนึ่งกำลังกอดลูกสาวของเขาอยู่พร้อมกับร้องไห้นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงปัญหามรสุมชีวิตที่เขาต้องเจออย่างหนักอยู่ในตอนนี้โดยระบุว่าในชีวิตนี้ของเขานั้นตอนนี้เขาตกงานและเขาต้องหาเงินมาเลี้ยงตัวเขาเองและลูกสาว

         ซึ่งเขามีเงินอยู่เล็กน้อยเพียงเท่านั้นได้นำไปลงทุนเพื่อทำการซื้อปลาหมึกเอามาขายแต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการซื้อมาแล้วปรากฏว่าเขาขายปลาหมึกไม่ออกและเมื่อเก็บไว้หลายวันปลาหมึกก็มีการเน่าเสียทำให้ในตอนนี้นั้นเขาไม่มีเงินที่จะซื้อกินและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพร้อมทั้งยังไม่มีเงินที่จะใช้ในการลงทุนในครั้งต่อไป

          โดยในคลิป tiktok ของเขานั้นยังระบุด้วยว่า

  เขาอยากจะวอนขอผู้ใจบุญช่วยเหลือเขาด้วยกันรับเลี้ยงลูกสาวของเขาซึ่งตอนนี้ลูกสาวของเขานั้นยังเล็กนักยังเป็นเด็กที่อยู่ในวัยน่ารักและที่สำคัญลูกสาวเขาเป็นเด็กดีและเรียนเก่งแต่ตัวเขาเองนั้นเขาไม่สามารถที่จะทนกับปัญหาสภาวะแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

เขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ที่มันโหดร้ายกับชีวิตของเขามากเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปเขารู้สึกว่าหนทางในชีวิตของเขานั้นตอนนี้มันตันไปหมดและเขาหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้จริงๆ

           ซึ่งหลังจากที่ชายคนดังกล่าวโพสคลิปลงใน Application tiktok

ก็มีคนที่รู้จักชายคนดังกล่าวได้เดินทางไปหาซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการกินยาล้างห้องน้ำเพื่อหวังที่จะฆ่าตัวตายไปแล้วด้วยพลเมืองดีต้องรีบนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้องทันที

          อย่างไรก็ตามในขณะนี้ชายคนดังกล่าวนั้นยังคงรักษาอาการอยู่ในห้อง ICU อยู่และที่สำคัญยังไม่พ้นขีดอันตรายโดยในขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังภรรยาของชายคนดังกล่าวให้มาดูแลลูกสาว มาดูอาการของชายคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้วซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลการุญเวชจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั่นเอง

       อย่างไรก็ตามเมื่อมีการสอบถามกับภรรยาของชายคนหนึ่งเก่าเธอเล่าว่าสามีของเธอนั้นค่อนข้างที่จะคิดมากและที่ผ่านมาตลอด 1 อาทิตย์สามีของเธอก็พยายามที่จะฆ่าตัวตายมาตลอดเพราะเนื่องจากว่าอาชีพขายปลาหมึกนั้นตอนนี้มีลูกค้าน้อยมากและปลาหมึกเน่าเสียเป็นประจำทุกวันทำให้ขายไม่ได้ส่วนตัวเธอนั้นก็ไปรับจ้างขายของที่ตลาดวังน้อยก่อนหน้าที่จะมีของเธอจะฆ่าตัวตายนั้นครอบครัวของเธอเจอกับปัญหาไฟแนนซ์ที่จะมายึดรถทำให้สามีของเธอเกิดความเครียดคิดมากนั่นเอง       

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet ฝากเงิน ออโต้

ลูกบ้านประทับใจเจ้าของหอนำถุงเสบียง มาแขวนไว้หน้าประตู

Published / by admin

         ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์เรื่องราวซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

โดยผู้ที่มีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์นั้นเป็นลูกบ้านคนหนึ่ง  ลูกบ้านประทับใจเจ้าของหอ  ซึ่งมีการเช่าหอพักแห่งหนึ่งโดยคนที่แชร์ข้อความดังกล่าวนั้นระบุว่า  เธออยากมีการแชร์ส่งต่อเรื่องราวดีๆที่เธอได้รับมาจากเจ้าของหอให้กับคนในโลกออนไลน์ได้ฟังโดยเจ้าของหอที่เธอชอบพักอยู่นั้นใจดีมาก

      เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิดครั้งที่ 3 นี้

เจ้าของหอได้มีการประกาศลดค่าเช่าห้องให้กับลูกบ้านทุกคนเป็นระยะเวลา 3 เดือนในขณะเดียวกันเจ้าของหอก็ยังใจดีหากลูกบ้านคนไหนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าก็ไม่ได้มีการไล่ออกจากหอพักแถมเจ้าของหอยังมีการไปหาซื้อเสบียงใส่ถุงแล้วมาแขวนไว้ที่ประตูหน้าห้องพักของลูกบ้านทุกห้องอีกด้วยที่สำคัญของที่นำมาแขวนให้ยังชีพในช่วงที่ covid กำลังมีการระบาดนี้มีทั้งข้าวสารอาหารแห้งเรียกว่าเป็นถุงยังชีพถุงใหญ่เลยทีเดียวซึ่งเธอนั้นรู้สึกประทับใจกับความใจดีของเจ้าของหอเป็นอย่างมาก

        สำหรับข้อความที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้โพสต์นั้น

เป็นการโพสต์ผ่านทางทวิตเตอร์โดยมีการโพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564 ภายหลังจากที่เธอมีการโพสต์บอกเล่าเรื่องราวดีๆที่เธอได้รับจากเจ้าของหอของเธอนั้นก็ทำให้คนในโลกออนไลน์นั้นรู้สึกประทับใจกับความน่ารักของเจ้าของหอพักแห่งนี้เป็นอย่างมากเพราะไม่ง่ายเลยที่จะมีเจ้าของหอพักที่ใจดีนอกจากจะลดค่าเช่าห้องให้แล้วยังมีการนำถุงยังชีพมาแจกให้กับลูกบ้านอีกด้วย

         สำหรับเรื่องราวที่น่าประทับใจนี้ไม่ได้มีการระบุเอาไว้ว่าหอพักดังกล่าวนั้นชื่อว่าหอพักอะไร  โดยผู้โพสต์มีการแชร์ให้เห็นถึงถุงยังชีพที่มีการนำมาวางไว้หน้าห้องพร้อมกับมีการนำของภายในถุงออกมาให้ดูซึ่งมีทั้งนมและปลากระป๋องรวมถึงข่าวสารและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซึ่งเป็นอาหารพื้นฐานเพียงเท่านั้น

        สำหรับเรื่องราวนี้นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่คนไทยนั้นได้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ใช่เพียงแค่ที่หอพักแห่งนี้เท่านั้นที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันปัจจุบันนี้ชาวบ้านหลายพื้นที่นั้นต่างก็พยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกันประคับประคองกันและกันให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

เพราะสถานการณ์ในตอนนี้นั้นมีชาวบ้านหลายคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักบางคนไม่มีข้าวสารที่จะกินต้องออกมานั่งตากแดดรอคิวรอรับอาหารที่มีคนใจดีนำมาแจก   ดังนั้นสิ่งที่เจ้าของหอทำในครั้งนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet ฝาก-ถอน เอง

ประสิทธิภาพวัคซีน สปุตนิก วี

Published / by admin

ประสิทธิภาพวัคซีน สปุตนิก วี ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเรามีการสั่งวัคซีนมาจาก2บริษัทก็คือ แอสตราเซเนกา กับ ซิโนแวค ที่ตอนนี้ก็เริ่มที่จะถยอยฉีดให้กับประชาชนไปแล้วบางส่วนโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงแต่ว่าอีกส่วนหนึ่งเราได้มีการเจรจากับอีกหนึ่งบริษัทก็คือ สปุตนิก วี ของรัสเซีย โดยเป็นการเจรจาในลักษณะรัฐต่อรัฐ

เพื่อที่จะสั่งซื้อวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับคนไทยเพิ่มเติมและในตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาลงในลายละเอียดกับตัวแทนบริษัทที่อยู่ในประเทศไทย

ซึ่งในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยดีอยู่และสำหรับวัคซีน สปุตนิดวี ของรัสเซีย นอกจากจะทำการฉีดให้กับประชากรของรัสเซียเองแล้วก็ได้มีหลายประเทศที่มีการสั่งวัคซีนไปฉีดให้กับประชากรของประเทศตัวเองด้วยถึงแม้ว่าในหลายประเทศของยุโปรจะยังไม่ได้ให้การับรองวัคซีนของสปุตนิดวีก็ตาม

ประสิทธิภาพวัคซีน สปุตนิก วี ปรากฎว่าผลของการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนตัวนี้เบื้องต้นพอว่าประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19สูงมากถึง97%เลยทีเดียวแล้วก็ในเวลานี้ก็เริ่มมีการประสานที่จะนำเอาวัตซีนตัวนี้กลับเข้ามาซีนในประเทศไทยเพื่อเร่งการกระจายวัคซีนให้มันครบคุมให้มันทั่วถึงภายในปีนี้

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับวัคซีน สปุตนิดวี ตัวนี้ว่าวิธีการผลิตเป็นอย่างไรประสิทธิภาพผลข้างเคียงจากวัคซีนตัวนี้เป็นยังไงบ้างเป็นข้อมูลออกมาจาก อาจารย์ อนันต์ จงแก้ววัฒนา ซึ่งเป็นนักวิจัยไวรัสด้านวิทยาไบโอเทค สวทชที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้

สำหรับวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซียโดยเป็นวัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้รูปแบบที่เขาเรียกกันว่า ใช้ไวรัสเป็นภาหะโดยทีมวิจัยของรัสเซียได้นำเอายีนส์ที่เป็นตัวสร้างโปรตีนสไบร์ของเชื้อวัครัสโควิด-19มาฝากไว้กับเชื้อชนิดนี้เพราะว่าช่วงที่ได้มีการฉีดวัคซีนแล้วก็เชื้อที่ติดอยู่ในเซลล์ของร่างกาย

กลไกในการทำงานของเชื้อจะมีการสร้างโปรตีนสไบร์ขึ้นมาแล้วก็จะทำให้ร่างกายของเราสามารถจับได้แล้วก็จะไปกระตุ่นภูมิในร่างกายให้เกิดขึ้นตามมานั่นเอง

โดยวัคซีนสปุตนิกวีถูกออกแบบมาให้ใช้2เข็มด้วยกันก็เหมือนกับบริษัทอื่นๆโดยทั่วไป โดยเข็มแรกจะใช้เชื้อไวรัสที่เขาเรียกกันว่า AD26 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ3สัปดาห์จำเป็นจะต้องกระตุ่นต่อด้วยเข็มที่2แต่ว่าเข็มที่2นี้จะใช้เชื้อที่แตกต่างจากเข็มแรกก็คือ AD

ซึ่งสาเหตุที่จำเป็นจะต้องใช้เชื้อไวรัสแตกต่างกัน2ชนิดระหว่างเข็มแรกกับเข็มที่สองก็เพราะว่าเชื้ออะดีโนไวรัสนั้นแม้ว่าจะเป้นเชื้อไวรัสเหมือนกันแต่ว่าพอเราฉีดเข็มแรกไปแล้วร่างกายจะรู้จักและสร้างภูมิเฉพาะไวรัส AD26

 

สนับสนุนโดย.   sexybaccarat

ฉุนเพื่อนบ้านจอดขวางทางเข้าบ้าน ขับรถพุ่งชนพังหวังสั่งสอน

Published / by admin

เหตุการณ์นี้ได้มีการแพร่ภาพจากชาวบ้านท่านหนึ่งโดยเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ขับรถพุ่งชนพังหวังสั่งสอน ก็มีปัญหาจากการจอดรถขวางหน้าบ้าน โดยเหตุการณ์เพื่อนบ้านนั้นมักจะมีปัญหากันตลอดไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้หรือไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ว่ารอบนี้ก็เป็นการเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

โดยผู้เสียหายนั้นเขาได้ถูกรถชน ซึ่งรถของเขานั้นได้ทำการจอดหน้าบ้านโดยรถมีสีแดงได้ถูกเพื่อนบ้านไม่พอใจโดยขับรถพุ่งชนแล้วในวินาทีที่เกิดเหตุนั้นสภาพรถแย่งมาก โดยจังหวะในการชนก็ค่อนข้างที่จะรุนแรงเอามากๆเลยที่เดียว โดยชาวบ้านได้บอกว่าเหตุการณ์นี้รถมีการพยายามที่จะขับชนบ่อยครั้ง

ขับรถพุ่งชนพังหวังสั่งสอน โดยพอชนเสร็จก็ลงมาโวยวายต่อ โดยชนรถของเขาไม่พอยังไปด่าต่อว่าเขาอีกโดยเขาบอกว่าที่ต้องชนเช่นนี้เพราะว่าชอบมาจอดรถขวางหน้าบ้าน โดยบอกหลายทีแล้วก็ยังไม่ฟังกัน พอเชิญตำรวจมาแล้วตำรวจก็ได้ไปคุยกับทางด้านของคนก่อเหตุซึ่งได้เอารถเข้าบ้านเรียบร้อย 

ซึ่งบ้านของเขานั้นจะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับรถสีแดง

ปัญหาก็คือบ้านอยู่ตรงฝั่งตรงกันข้ามกัน แล้วสาเหตุที่เขาโมโหนั้นก็คือตีวงเลี้ยวเข้าบ้านไม่ได้ เพราะอ้างว่ารถบ้านนั้นจอดรถข้างทางซึ่งรถเขานั้นใหญ่ทำให้ไม่สามารถที่จะตีวงรถเข้าบ้านของตนได้นั่นเอง ทำให้เป็นเหตุที่ชนรถ

โดยมีการคุยเจรจาปกติแต่ว่าสุดท้ายก็มีการแจ้งความกัน

แล้วล่าสุดจะอยู่กันอย่างไรในเมื่อบ้านอยู่ตรงกันข้ามกันเช่นนี้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้เสียหายนมีชื่อว่าคุณเจนจิราโดยให้การบอกว่ามีเหตุการณ์เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย และในครั้งนี้ก็คือครั้งที่สอง ซึ่งล่าสุดทางฝั่งเพื่อนบ้านอ้างว่าเราจอดรถหน้าบ้านของเราและเป็นสาเหตุทำให้เขากลับรถไม่ได้

ถามว่าความเสียหายที่โดนชนทั้งสองครั้งนี้รวมเป็นเงินเท่าไหร่ โดยได้บอกออกมาว่าทั้งหมดนั้นประมาณ แสนห้าน่าจะได้ โดยยอมรับว่าในครั้งนี้ได้แจ้งความกับตำรวจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทางคู่กรณีก็ได้บอกกับตำรวจเอาไว้ว่าถ้าเจรจาจ่ายก็ถือได้ว่าจะจบเรื่องไป แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้สรุปออกมาก็พร้อมที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เพราะว่าจากภาพที่เจ้าของที่ถูกชนถ่ายเอาไว้ก็จะเห็นได้ว่าจากรถนั้นเขาได้จอดติดกับประตูบ้านเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะยอมความกันได้หรือไม่เพราะในส่วนหนึ่งเองเขาก็จอดเพียงแค่หน้าบ้านของตนเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.   ufabet บาคาร่าออนไลน์

ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ใส่ไทยในการรบกับกองทัพกระเหรี่ยง

Published / by admin

การสู้รบใกล้กับชายแดนไทยคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนบริเวณแม่น้ำสาละวินนั้นถือได้ว่าเป็นการสู้รบกัน  ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ อย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังรัฐบาลของทหารพม่าและทางด้านกองกำลังของKNUซึ่งนำพลโดยกองกำลังที่ 5 ของกะเหรี่ยงยังคงมีการสู้รบกันอยู่

ซึ่งในการสู้รบดังกล่าวค่อนข้างที่จะพลิกผันเรื่องของเหตุการณ์และก็รูปแบบของการสู้รบเราจะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาทหารพม่าไม่กล้าที่จะนำกำลังพลต่างๆลูกเข้าพื้นที่ในป่าเรียกได้ว่าเป็นการเดินเท้าเรื่องของปืนใหญ่รถถังปิดประตูเอาไว้ได้เลยทหารพม่าในเวลานี้ยังคงไม่มีการใช้

เนื่องด้วยสาเหตุว่าทั้งปืนใหญ่แล้วก็รถถังมันมีอำนาจในการยิงค่อนข้างที่จะสูงและมันก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่กระสุนเหล่านี้มันอาจจะไปตกที่ฝั่งไทยและอาจจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ฝั่งไทยได้ พม่าจึงไม่ดำเนินการที่จะใช้ปืนใหญ่แล้วก็รถถังรถถังนั้นมันคงจะไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มันเป็นภูเขาแต่มันเหมาะกับพื้นที่ราบแต่ก็สามารถทำลายยิงเขาได้เช่นกัน

ในขณะที่กองกำลังKNUนั้นเขาไม่ได้อยู่เดินเขาบริเวณฝั่งของพม่าเวลาที่เขาสู้รบกันเขาก็จะมีการอยู่บนยอดเขาหรือแม้แต่มาหลบภัยอยู่ที่บริเวณหลังเขาอำนาจการยิงของรถถังนั้นมันจะไม่ได้ผลแต่ว่าในขณะที่ปืนใหญ่นั้นก็ยังคงมีความสำคัญสามารถที่จะเล็งเป้าและจุดตกใต้แต่มันก็จะต้องมีการคำนวณที่ดีเพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันก็จะเลยไปเอามาตกในเขตฝั่งของประเทศไทยเช่นเดียวกัน 

ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ จึงทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็จะเห็นว่าทหารพม่าจะมีการส่งเครื่องบินเข้ามาเป็นประจำและก็ทำการทิ้งระเบิด หรือแม้แต่ใช้เครื่องปืนกลทางอากาศเข้ามายิงใส่ทางด้านของกองกำลังKNUตามเป้าหมายต่างๆที่เขามองว่ามันน่าจะเป็นฐานที่มั่นที่มีความสำคัญของทางด้านกองกำลังKNU

เพื่อทำให้กองกำลังเหล่านี้ได้หดตัวลงหรือว่าสยบลงไปยุทธวิธีเหล่านี้ก็เป็นยุทธวิธีเก่าๆที่ทหารพม่ามักจะมีการนำเอามาใช้อยู่เป็นประจำแต่ทางด้านของกะเหรี่ยงมองว่าทหารพม่านั้นหมดหนทางก็คือมีหลักการใช้เครื่องบินรบแบบนี้มามีการโยนไข่ใส่ในพื้นที่ต่างๆด้วยความแม่นยำ 

ซึ่งในการบินดังกล่าวก็บินมาป้วนเปี้ยนใกล้ชายแดนไทยกับพม่านี้อยู่เป็นประจำจนในที่สุดทางด้านของกองทัพพม่าก็ต้องมีการหากลยุทธ์ใหม่ๆแล้วว่าจะทำอย่างไรถึงจะมาปราบปรามพวกกองกำลังกะเหรี่ยงแบบนี้ได้ก็เลยมีการใช้กำลังคนในพื้นที่มีความช่ำชองรู้เส้นทางลุกการหลบการไล่

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

จับแม่เด็ก 14 ยอดกตัญญูหลังถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง

Published / by admin

            ถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง  จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งมีการโพสต์ข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือ ครอบครัวของเด็กชายวัย 14 ปี ที่มีฐานะยากจน เพราะพ่อกับแม่ต้องมาตกงานในช่วงที่โควิด-19 ระบาด  โดยเหตุการณ์ในนครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดอุดรธานี  โดยผู้ที่โพสต์ Facebook ขอความช่วยเหลือคนในโลกออนไลน์นั้นเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง

        ซึ่งระบุว่าตัวเธอเองนั้นเป็นเจ้าของร้านเปิดร้านขายของอยู่ในจังหวัดอุดรธานีและได้เห็นครอบครัวของเด็กชายวัย 14 ปีที่ไม่มีเงินซื้ออาหารกินจึงได้ช่วยเหลือด้วยการรับแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีมาทำงานเป็นพนักงานที่ร้านในขณะที่เด็กชาย ก็เป็นเด็กที่กตัญญูรู้คุณเพราะว่าเขาได้ออกหางานทำเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวดังนั้นเธอจึงได้มีการเปิดขอความช่วยเหลือรับบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในตอนนี้

        หลังจากที่ข้อความของเธอถูกเผยแพร่ลงไปในโลกออนไลน์ก็ทำให้มีผู้คนต่างสงสารเด็กชายวัย 14 ปีและเห็นถึงความกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่พึ่งพาการช่วยส่งข้าวของเครื่องใช้มาให้อีกทั้งยังมีการโอนเงินมาช่วยเหลือประมาณแสนกว่าบาทที่สำคัญยังมีคนใจดีรับอุปการะส่งเสียเลี้ยงดูน้องหวังว่าจะได้เติบโตมีอนาคตที่ดี

         อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2564  ชาวบ้านได้เข้าร้องเรียนกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ. เมืองอุดรธานี  ถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง  ให้มาช่วยจับกุมพ่อและแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีที่เปิดรับเงินบริจาคเนื่องจากว่าชาวบ้านเห็นว่าเงินที่ประชาชนโอนเข้าไปเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้นั้นพ่อกับแม่ของเด็กชายกดออกมาใช้ต่ายซึ่งคาดว่าเงินน่าจะหมดแล้วเนื่องจากหน้าผู้เป็นแม่นั้นนำเงินไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่และยังมีการนำเงินบริจาคไปซื้อยาบ้ามาเสพอีกด้วย

        อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุที่ได้รับการร้องเรียนมาผู้เป็นพ่อนั้นไม่มีการหลบหนีไปในขณะที่ผู้เป็นแม่นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและนำไปทำการตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสารเสพติดจริง  และที่สำคัญเมื่อทำการตรวจสอบเลขที่บัญชีปรากฏว่าเงินแสนกว่าบาทที่ได้รับบริจาคงานนั้นปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 600 บาทเท่านั้นซึ่งระยะเวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 วันเท่านั้นเอง 

     อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยกับเด็กชายวัย 14 ปีซึ่งเด็กให้ข้อมูลว่าเขาไม่รู้ว่าเงินนั้นถูกใช้จ่ายอะไรไปบ้างเขาไม่เคยเห็นเงินที่ได้รับบริจาคมาเลยเพราะพ่อแม่นำไปใช้หมดแล้ว  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้เป็นพ่อมาสอบสวนเพิ่มเติม 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

รถเมล์ในตำนานสาย 8 เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า รถพังยับเยินเสาไฟล้ม 6 ต้น

Published / by admin

เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า  เชื่อว่าคนที่นั่งรถเมล์ในกรุงเทพฯและเคยมีโอกาสใช้บริการรถเมล์สาธารณะสายแฮปปี้แลนด์สะพานพุทธจะรู้กันดีว่าการเดินทางสายดังกล่าวนั้นจะมีรถเมล์ในตำนานที่เรียกกันว่ารถเมล์สาย 8 คอยให้บริการอยู่ซึ่งรถเมล์สาย 8 นี้ เป็นรถเมล์ที่มีประวัติการขับรถเร็วมากและมักจะขับรถแข่งกับรถเมล์สายอื่นเป็นประจำและทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นประจำเช่นเดียวกัน

       อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 3 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564    รถเมล์สาย 8 ในตำนานก็มีเหตุการณ์ให้พูดถึงกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสนลาดพร้าวได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถเมล์คันสีชมพูชนเสาไฟฟ้าทำให้มีไฟดับเป็นวงกว้างเนื่องจากว่ามีเสาไฟล้มมากถึงจำนวน 6 ต้นด้วยกันโดยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณโค้งสนามกีฬาคลองจั่น  เขตบางกะปิ

         เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่ารถเมล์ที่ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนเสาไฟฟ้าล้ม 6 ต้นนั้นเป็นรถเมล์ในตำนานนั่นก็คือรถเมล์สาย 8 เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ซึ่งรถเมล์ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นทะเบียน 10-8 1980    โดยสภาพรถนั้นพังเสียหายยับเยินในขณะเดียวกันเสาไฟฟ้าตรงบริเวณพื้นที่เกิดเหตุนั้นก็เสียหายมากเช่นเดียวกันส่งผลทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนไปด้วยเนื่องจากว่าเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

        จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถเมล์คันดังกล่าวนั้นอยู่ระหว่างการเดินทางนำรถไปยังอู่ซึ่งเป็นการวิ่งหลังจากส่งผู้โดยสารหมดแล้วจึงทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเนื่องจากว่าเป็นการวิ่งด้วยความเร็วมากทำให้รถเมล์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

       อย่างไรก็ตามตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านไปผ่านมาที่สำคัญยังเป็นวันหยุดอีกด้วยจึงไม่ได้รับความเสียหายกับประชาชนและการจราจรมากนักยกเว้นว่ามีรถแท็กซี่ที่จอดใต้ต้นไม้อยู่ 1 คันที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากว่าต้นไม้หักโค่นลงมาทับรถแท็กซี่คันดังกล่าว

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางผู้ที่ขับรถเมล์คนดังกล่าวจะต้องออกมารับผิดชอบเกี่ยวกับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าที่หักโค่นโดยจะต้องมีการจ่ายเงินให้กับหลวงนอกจากนี้ยังต้องมีการจ่ายเงินซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากการถูกเสาไฟฟ้าล้มทับอีกด้วย 

     สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บอยู่ 2 คนแต่ไม่ได้เจ็บมากมายนักนั่นก็คือพนักงานเก็บเงินของรถเมล์สาย 8 และคนขับรถเมย์สาย 8 นั้นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้บาดเจ็บแต่ทางขนส่งก็ควรจะเข้ามาดูแลเกี่ยวกับการขับรถของพนักงานที่ขับรถด้วยความเร็วมากจนเกินไปจนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าคนขับรถมีความผิดมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ

โซเชียล ตามหาพลเมืองดี อุ้มศพทารกส่งโรงพยาบาลแต่คดีพลิก เพราะพลเมืองดีคือพ่อของเด็กเอง

Published / by admin

จากกรณีที่คนในโลกออนไลน์ได้มีการพูดกัน โซเชียล ตามหาพลเมืองดี ถึงพลเมืองดีชายคนหนึ่งซึ่งได้มีการอุ้มทารกที่เสียชีวิตแล้วไปส่งที่โรงพยาบาลโดยให้เหตุผลกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่าในขณะที่เขากำลังยืนอยู่ที่บริเวณหน้าหอพักที่เขาพักอาศัยอยู่นั้นปรากฏว่ามีวัยรุ่นชายหญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงบริเวณหน้าที่เขายืนอยู่

หลังจากนั้นก็ยื่นถุงพลาสติกยัดใส่มือเขาแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์หนีออกไปโดยในขณะที่วัยรุ่นยัดถุงพลาสติกใส่มือเท่านั้นด้วยความตกใจเขาจึงได้รับมาแล้วเมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นศพของทารกจึงได้นำเด็กมาส่งโรงพยาบาล

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชายคนดังกล่าวมีการนำศพทารกส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ออกจากโรงพยาบาลทันทีซึ่งเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากคนในโรงพยาบาลจนทำให้คนในโลกออนไลน์นั้นออกมาช่วยกันตามหาพลเมืองดีคนนี้ที่สำคัญทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ตามหาพลเมืองดีคนดีเช่นเดียวกันเพื่อที่จะได้สอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

         โซเชียล ตามหาพลเมืองดี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวโซเชียลไม่มีใครพบเห็นชายคนดังกล่าวหรือสามารถติดต่อชายคนดังกล่าวได้อีกเลยนับตั้งแต่นำศพเด็กทารกมาส่งที่โรงพยาบาลซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการติดตามไปยังคอนโดที่พลเมืองดีระบุว่าตนเองพักอาศัยอยู่รวมถึงขอกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่คอนโดตรวจสอบ

         เมื่อตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าในช่วงวันและเวลาที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่ามีวัยรุ่นเอารถมอเตอร์ไซค์มาจอดแล้วเย็บถุงพลาสติกใส่มือนั้นไม่พบข้อมูลเหตุการณ์ดังกล่าวเลยที่สำคัญพบเพียงแค่รถยนต์ของพลเมืองดีที่มาจอดหน้าคอนโดดังกล่าวหลังจากนั้นก็ขับออกไปและเมื่อมีการนำหน้าของพลเมืองดีไปให้กับทางเจ้าของคอนโด 

        ส่วนเจ้าหน้าที่ในคอนโดทุกคนก็ให้การยืนยันว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้พักอยู่ในคอนโดของพวกเขาซึ่งเรื่องนี้ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตในที่สุดก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่าเธอเป็นแม่ของเด็กทารกคนดังกล่าวส่วนชายพลเมืองดีที่คนในโลกออนไลน์และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาอยู่นั้นก็คือแฟนหนุ่มของเธอเอง

            โดยหญิงสาวคนดังกล่าวและพลเมืองดีหนุ่มนั้นได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าแฟนสาวของเขาเกิดอาการแท้งลูกและเมื่อคลอดออกมาเด็กก็ตายทันทีด้วยความตกใจเขาจึงได้นำศพของเด็กทารกไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วแต่งเรื่องขึ้นมาว่ามีคนนำศพทารกมายัดใส่มือนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ

พบคนตายคาห้องเช่าที่คลองเตย ชาวชุมชนพากันผวากลัวว่าจะตายจากการติดโควิด-19

Published / by admin

             เมื่อวันที่ 19 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ช่วงเวลาประมาณ 8:30 น.   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งซึ่งห้องเช่าหลังดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณคลองเตยและอยู่กลางชุมชนเลยทีเดียวนอกจากนี้ผู้ที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นยังระบุอีกด้วยว่ามีความเป็นไปได้สูงมากกว่า ผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

        จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นคนกัมพูชามาทำงานอยู่ในประเทศไทยโดยห้องพักที่เสียชีวิตนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 คนเป็นสองสามีภรรยาซึ่งเป็นคนกัมพูชาทั้งคู่สำหรับภรรยาของผู้เสียชีวิตนั้นในขณะนี้มีการติดเชื้อไวรัสโควิตและได้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ด้วยขณะที่ผู้เป็นสามีนั้นอยู่บ้านคนเดียวทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าชายคนดังกล่าวน่าจะติดเชื้อไวรัสโควิคมาจากภรรยาของตนเองและเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส covid นั่นเอง

         สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นอายุประมาณ 45 ปีซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นห้องพักก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และไม่มีบาดแผลตามร่างกายมีเพียงสภาพของศพที่นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนเท่านั้นนอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลว่าช่วงหลังๆผู้เสียชีวิตก่อนที่จะตายนั้นมีอาการไอค่อนข้างเยอะที่สำคัญมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

        อย่างไรก็ตามในตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมายังห้องเช่าที่มีศพชายชาวกัมพูชานอนเสียชีวิตนั้นทุกคนได้มีการใส่ชุด ppe เข้ามาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หลังจากนั้นก็นำศพของชาวเวียดนามใส่ถุงนิรภัยโดยใส่ไปทั้งสิ้นจำนวน 3 ชั้นด้วยกันเพื่อป้องกันเชื้อแพร่ระบาดออกไปนั่นเอง

         ข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตยระบุว่าผู้ตายนั้นทำงานเป็นพนักงานก่อสร้างโดยไปทำงานอยู่แถวบริเวณย่านรามคำแหงแต่ช่วงหลังนี้ผู้ตายไม่ได้เดินทางไปทำงานเพราะไม่สบายอย่างหนักและผู้ตายก็มีการตรวจหาไวรัสโควิด-19 ไปแล้วครั้งนึงแต่ไม่พบว่าติดเชื้อโควิด-19  

         ขณะเดียวกันภรรยาของผู้ตายนั้นกลับพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิคซึ่งผู้ตายมีคิวที่จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ทันได้ตรวจก็มาเสียชีวิตเสียก่อนโดยทางชาวบ้านในชุมชนต่างก็พากันพูดถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่าผู้ตายนั้นติดเชื้อไวรัส covid ตายแน่นอนและทุกคนต่างก็พากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าเชื้อของไวรัสโควิตจะแพร่กระจายทำให้คนภายในชุมชนติดกันเยอะมากขึ้นนั่นเอง 

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราวโดย.     ติดต่อ ufabet

จับโป๊ะ สาวท้องทิพย์

Published / by admin

             จากกรณีที่ครอบครัวหนึ่งได้มีการระบุว่าตนเองนั้นคลอดลูกแฝดออกมาเป็นชายและหญิงและเสียชีวิต 1 คนซึ่งในขณะนี้ลูกที่เสียชีวิตนั้นศพได้หายไปและส่วนลูกที่รอดชีวิตนั้นก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลและในขณะนี้ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าลูกสาวที่รอดชีวิตซึ่งทางครอบครัวของหญิงสาวคนดังกล่าวได้พยายามที่จะเรียกร้องให้โรงพยาบาลออกมารับผิดชอบ

          ซึ่งหลังจากเรื่องราวนี้โด่งดังไปทั่วในโลกออนไลน์ก็มีสำนักข่าวจากสื่อต่างๆเข้าไปทำข่าวกันเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็คือรายการโหนกระแสซึ่งได้มีการเชิญสามีภรรยาที่ประสบปัญหาศพลูกหายไปให้มาร่วมออกรายการระหว่างที่มีการสัมภาษณ์กันอยู่นั้นทางด้านพิธีกรหนุ่มกรรชัยก็พยายามที่จะสอบถามข้อมูล 

             ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่คุยกันนั้นก็คือการที่คนในโลกโซเชียลเริ่มมองว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้ท้องจริงอาจจะเป็นการทองทิพย์มโนไปเอง  โดยหญิงสาวต้นเรื่องยืนยันว่าเธอท้องจริงอย่างแน่นอนพร้อมทั้งสามีของเธอเองก็ยืนยันเช่นเดียวกันด้าน พิธีกรหนุ่มกรรชัย  จึงได้มีการแนะนำพาไปตรวจร่างกายใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

           โดยทางหนุ่มกรรชัยยินดีที่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกายให้ทั้งหมดหลังจากนั้นก็พากันไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎวัฒนะซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโดยขอพบนายแพทย์อานนท์ซึ่งเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศไทยและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของสูตินรีแพทย์โดยตรง

           ทางด้านนายแพทย์อานนท์ได้มีการตรวจร่างกายของนางสาวกรกนกอย่างละเอียด โดยนายแพทย์อานนท์ยืนยันว่าจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องคลอดแล้วไม่พบลักษณะของคนที่ผ่านการตั้งท้องมาก่อนเนื่องจากว่ามดลูกมีขนาดแซ่บปกติเหมือนกับคนทั่วไปที่สำคัญยังไม่มีเศษน้ำคร่ำหรือน้ำคาวปลารวมถึงไม่มีภาวะการเกิดประจำเดือนหลังจากคลอดบุตรอีกด้วย

และที่สำคัญตรวจเต้านมก็ไม่พบลักษณะของเต้านมสำหรับหญิงที่มีครรภ์เพราะเป็นเต้านมของผู้หญิงทั่วไปตามปกติที่ไม่มีน้ำนมไหลออกมานอกจากนี้คุณหมออานนท์ยังได้มีการเจาะเลือดเพื่อไปทำการตรวจฮอร์โมนอีกครั้งหนึ่งซึ่งจะทราบผลได้ภายใน 3 วันแต่เบื้องต้นคุณหมออานนท์ยืนยันว่าลักษณะของนางสาวกนกกรนั้นไม่น่าจะมีอาการตั้งครรภ์มาก่อนอย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตามนางสาวกนกอรได้มีการนำน้ำนมมาให้นายแพทย์เพื่อทำการตรวจซึ่งเธอยืนยันว่าเป็นน้ำนมของตัวเองดังนั้นจึงมีการเจาะเลือดของนางสาวกนกอรและเอาน้ำนมไปทำการตรวจผลปรากฏว่า DNA ของน้ำนมและเลือดนั้นคนละโครโมโซมกันซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่าน้ำนมดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของนางสาวกนกอรอย่างแน่นอน 

          หลังจากที่มีการตรวจร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราสามารถสรุปได้ว่านางสาวกนกกรนั้นไม่ได้มีการผ่านการตั้งกันมาก่อน  และเป็นการมโนท้องทิพย์อย่างแน่นอน ซึ่งคนในโลกออนไลน์ ต่างก็พากันเชียร์ให้โรงพยาบาลฟ้อง สามี – ภรรยาคู่นี้ ที่สร้่างเรื่องวุ่นวาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย     ufabet เว็บแม่