คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ใส่ไทยในการรบกับกองทัพกระเหรี่ยง

Published / by admin

การสู้รบใกล้กับชายแดนไทยคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนบริเวณแม่น้ำสาละวินนั้นถือได้ว่าเป็นการสู้รบกัน  ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ อย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังรัฐบาลของทหารพม่าและทางด้านกองกำลังของKNUซึ่งนำพลโดยกองกำลังที่ 5 ของกะเหรี่ยงยังคงมีการสู้รบกันอยู่

ซึ่งในการสู้รบดังกล่าวค่อนข้างที่จะพลิกผันเรื่องของเหตุการณ์และก็รูปแบบของการสู้รบเราจะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาทหารพม่าไม่กล้าที่จะนำกำลังพลต่างๆลูกเข้าพื้นที่ในป่าเรียกได้ว่าเป็นการเดินเท้าเรื่องของปืนใหญ่รถถังปิดประตูเอาไว้ได้เลยทหารพม่าในเวลานี้ยังคงไม่มีการใช้

เนื่องด้วยสาเหตุว่าทั้งปืนใหญ่แล้วก็รถถังมันมีอำนาจในการยิงค่อนข้างที่จะสูงและมันก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่กระสุนเหล่านี้มันอาจจะไปตกที่ฝั่งไทยและอาจจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ฝั่งไทยได้ พม่าจึงไม่ดำเนินการที่จะใช้ปืนใหญ่แล้วก็รถถังรถถังนั้นมันคงจะไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มันเป็นภูเขาแต่มันเหมาะกับพื้นที่ราบแต่ก็สามารถทำลายยิงเขาได้เช่นกัน

ในขณะที่กองกำลังKNUนั้นเขาไม่ได้อยู่เดินเขาบริเวณฝั่งของพม่าเวลาที่เขาสู้รบกันเขาก็จะมีการอยู่บนยอดเขาหรือแม้แต่มาหลบภัยอยู่ที่บริเวณหลังเขาอำนาจการยิงของรถถังนั้นมันจะไม่ได้ผลแต่ว่าในขณะที่ปืนใหญ่นั้นก็ยังคงมีความสำคัญสามารถที่จะเล็งเป้าและจุดตกใต้แต่มันก็จะต้องมีการคำนวณที่ดีเพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันก็จะเลยไปเอามาตกในเขตฝั่งของประเทศไทยเช่นเดียวกัน 

ทหารพม่ากลัวยิงปืนใหญ่ จึงทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็จะเห็นว่าทหารพม่าจะมีการส่งเครื่องบินเข้ามาเป็นประจำและก็ทำการทิ้งระเบิด หรือแม้แต่ใช้เครื่องปืนกลทางอากาศเข้ามายิงใส่ทางด้านของกองกำลังKNUตามเป้าหมายต่างๆที่เขามองว่ามันน่าจะเป็นฐานที่มั่นที่มีความสำคัญของทางด้านกองกำลังKNU

เพื่อทำให้กองกำลังเหล่านี้ได้หดตัวลงหรือว่าสยบลงไปยุทธวิธีเหล่านี้ก็เป็นยุทธวิธีเก่าๆที่ทหารพม่ามักจะมีการนำเอามาใช้อยู่เป็นประจำแต่ทางด้านของกะเหรี่ยงมองว่าทหารพม่านั้นหมดหนทางก็คือมีหลักการใช้เครื่องบินรบแบบนี้มามีการโยนไข่ใส่ในพื้นที่ต่างๆด้วยความแม่นยำ 

ซึ่งในการบินดังกล่าวก็บินมาป้วนเปี้ยนใกล้ชายแดนไทยกับพม่านี้อยู่เป็นประจำจนในที่สุดทางด้านของกองทัพพม่าก็ต้องมีการหากลยุทธ์ใหม่ๆแล้วว่าจะทำอย่างไรถึงจะมาปราบปรามพวกกองกำลังกะเหรี่ยงแบบนี้ได้ก็เลยมีการใช้กำลังคนในพื้นที่มีความช่ำชองรู้เส้นทางลุกการหลบการไล่

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

จับแม่เด็ก 14 ยอดกตัญญูหลังถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง

Published / by admin

            ถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง  จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งมีการโพสต์ข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือ ครอบครัวของเด็กชายวัย 14 ปี ที่มีฐานะยากจน เพราะพ่อกับแม่ต้องมาตกงานในช่วงที่โควิด-19 ระบาด  โดยเหตุการณ์ในนครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดอุดรธานี  โดยผู้ที่โพสต์ Facebook ขอความช่วยเหลือคนในโลกออนไลน์นั้นเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง

        ซึ่งระบุว่าตัวเธอเองนั้นเป็นเจ้าของร้านเปิดร้านขายของอยู่ในจังหวัดอุดรธานีและได้เห็นครอบครัวของเด็กชายวัย 14 ปีที่ไม่มีเงินซื้ออาหารกินจึงได้ช่วยเหลือด้วยการรับแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีมาทำงานเป็นพนักงานที่ร้านในขณะที่เด็กชาย ก็เป็นเด็กที่กตัญญูรู้คุณเพราะว่าเขาได้ออกหางานทำเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวดังนั้นเธอจึงได้มีการเปิดขอความช่วยเหลือรับบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในตอนนี้

        หลังจากที่ข้อความของเธอถูกเผยแพร่ลงไปในโลกออนไลน์ก็ทำให้มีผู้คนต่างสงสารเด็กชายวัย 14 ปีและเห็นถึงความกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่พึ่งพาการช่วยส่งข้าวของเครื่องใช้มาให้อีกทั้งยังมีการโอนเงินมาช่วยเหลือประมาณแสนกว่าบาทที่สำคัญยังมีคนใจดีรับอุปการะส่งเสียเลี้ยงดูน้องหวังว่าจะได้เติบโตมีอนาคตที่ดี

         อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2564  ชาวบ้านได้เข้าร้องเรียนกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ. เมืองอุดรธานี  ถลุงเงินบริจาคจนเกลี้ยง  ให้มาช่วยจับกุมพ่อและแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีที่เปิดรับเงินบริจาคเนื่องจากว่าชาวบ้านเห็นว่าเงินที่ประชาชนโอนเข้าไปเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้นั้นพ่อกับแม่ของเด็กชายกดออกมาใช้ต่ายซึ่งคาดว่าเงินน่าจะหมดแล้วเนื่องจากหน้าผู้เป็นแม่นั้นนำเงินไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่และยังมีการนำเงินบริจาคไปซื้อยาบ้ามาเสพอีกด้วย

        อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุที่ได้รับการร้องเรียนมาผู้เป็นพ่อนั้นไม่มีการหลบหนีไปในขณะที่ผู้เป็นแม่นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและนำไปทำการตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสารเสพติดจริง  และที่สำคัญเมื่อทำการตรวจสอบเลขที่บัญชีปรากฏว่าเงินแสนกว่าบาทที่ได้รับบริจาคงานนั้นปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 600 บาทเท่านั้นซึ่งระยะเวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 วันเท่านั้นเอง 

     อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยกับเด็กชายวัย 14 ปีซึ่งเด็กให้ข้อมูลว่าเขาไม่รู้ว่าเงินนั้นถูกใช้จ่ายอะไรไปบ้างเขาไม่เคยเห็นเงินที่ได้รับบริจาคมาเลยเพราะพ่อแม่นำไปใช้หมดแล้ว  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้เป็นพ่อมาสอบสวนเพิ่มเติม 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

รถเมล์ในตำนานสาย 8 เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า รถพังยับเยินเสาไฟล้ม 6 ต้น

Published / by admin

เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า  เชื่อว่าคนที่นั่งรถเมล์ในกรุงเทพฯและเคยมีโอกาสใช้บริการรถเมล์สาธารณะสายแฮปปี้แลนด์สะพานพุทธจะรู้กันดีว่าการเดินทางสายดังกล่าวนั้นจะมีรถเมล์ในตำนานที่เรียกกันว่ารถเมล์สาย 8 คอยให้บริการอยู่ซึ่งรถเมล์สาย 8 นี้ เป็นรถเมล์ที่มีประวัติการขับรถเร็วมากและมักจะขับรถแข่งกับรถเมล์สายอื่นเป็นประจำและทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นประจำเช่นเดียวกัน

       อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 3 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564    รถเมล์สาย 8 ในตำนานก็มีเหตุการณ์ให้พูดถึงกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสนลาดพร้าวได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถเมล์คันสีชมพูชนเสาไฟฟ้าทำให้มีไฟดับเป็นวงกว้างเนื่องจากว่ามีเสาไฟล้มมากถึงจำนวน 6 ต้นด้วยกันโดยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณโค้งสนามกีฬาคลองจั่น  เขตบางกะปิ

         เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่ารถเมล์ที่ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนเสาไฟฟ้าล้ม 6 ต้นนั้นเป็นรถเมล์ในตำนานนั่นก็คือรถเมล์สาย 8 เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ซึ่งรถเมล์ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นทะเบียน 10-8 1980    โดยสภาพรถนั้นพังเสียหายยับเยินในขณะเดียวกันเสาไฟฟ้าตรงบริเวณพื้นที่เกิดเหตุนั้นก็เสียหายมากเช่นเดียวกันส่งผลทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนไปด้วยเนื่องจากว่าเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

        จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถเมล์คันดังกล่าวนั้นอยู่ระหว่างการเดินทางนำรถไปยังอู่ซึ่งเป็นการวิ่งหลังจากส่งผู้โดยสารหมดแล้วจึงทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเนื่องจากว่าเป็นการวิ่งด้วยความเร็วมากทำให้รถเมล์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

       อย่างไรก็ตามตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านไปผ่านมาที่สำคัญยังเป็นวันหยุดอีกด้วยจึงไม่ได้รับความเสียหายกับประชาชนและการจราจรมากนักยกเว้นว่ามีรถแท็กซี่ที่จอดใต้ต้นไม้อยู่ 1 คันที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากว่าต้นไม้หักโค่นลงมาทับรถแท็กซี่คันดังกล่าว

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางผู้ที่ขับรถเมล์คนดังกล่าวจะต้องออกมารับผิดชอบเกี่ยวกับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าที่หักโค่นโดยจะต้องมีการจ่ายเงินให้กับหลวงนอกจากนี้ยังต้องมีการจ่ายเงินซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากการถูกเสาไฟฟ้าล้มทับอีกด้วย 

     สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บอยู่ 2 คนแต่ไม่ได้เจ็บมากมายนักนั่นก็คือพนักงานเก็บเงินของรถเมล์สาย 8 และคนขับรถเมย์สาย 8 นั้นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้บาดเจ็บแต่ทางขนส่งก็ควรจะเข้ามาดูแลเกี่ยวกับการขับรถของพนักงานที่ขับรถด้วยความเร็วมากจนเกินไปจนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าคนขับรถมีความผิดมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ

โซเชียล ตามหาพลเมืองดี อุ้มศพทารกส่งโรงพยาบาลแต่คดีพลิก เพราะพลเมืองดีคือพ่อของเด็กเอง

Published / by admin

จากกรณีที่คนในโลกออนไลน์ได้มีการพูดกัน โซเชียล ตามหาพลเมืองดี ถึงพลเมืองดีชายคนหนึ่งซึ่งได้มีการอุ้มทารกที่เสียชีวิตแล้วไปส่งที่โรงพยาบาลโดยให้เหตุผลกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่าในขณะที่เขากำลังยืนอยู่ที่บริเวณหน้าหอพักที่เขาพักอาศัยอยู่นั้นปรากฏว่ามีวัยรุ่นชายหญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงบริเวณหน้าที่เขายืนอยู่

หลังจากนั้นก็ยื่นถุงพลาสติกยัดใส่มือเขาแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์หนีออกไปโดยในขณะที่วัยรุ่นยัดถุงพลาสติกใส่มือเท่านั้นด้วยความตกใจเขาจึงได้รับมาแล้วเมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นศพของทารกจึงได้นำเด็กมาส่งโรงพยาบาล

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชายคนดังกล่าวมีการนำศพทารกส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ออกจากโรงพยาบาลทันทีซึ่งเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากคนในโรงพยาบาลจนทำให้คนในโลกออนไลน์นั้นออกมาช่วยกันตามหาพลเมืองดีคนนี้ที่สำคัญทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ตามหาพลเมืองดีคนดีเช่นเดียวกันเพื่อที่จะได้สอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

         โซเชียล ตามหาพลเมืองดี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวโซเชียลไม่มีใครพบเห็นชายคนดังกล่าวหรือสามารถติดต่อชายคนดังกล่าวได้อีกเลยนับตั้งแต่นำศพเด็กทารกมาส่งที่โรงพยาบาลซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการติดตามไปยังคอนโดที่พลเมืองดีระบุว่าตนเองพักอาศัยอยู่รวมถึงขอกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่คอนโดตรวจสอบ

         เมื่อตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าในช่วงวันและเวลาที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่ามีวัยรุ่นเอารถมอเตอร์ไซค์มาจอดแล้วเย็บถุงพลาสติกใส่มือนั้นไม่พบข้อมูลเหตุการณ์ดังกล่าวเลยที่สำคัญพบเพียงแค่รถยนต์ของพลเมืองดีที่มาจอดหน้าคอนโดดังกล่าวหลังจากนั้นก็ขับออกไปและเมื่อมีการนำหน้าของพลเมืองดีไปให้กับทางเจ้าของคอนโด 

        ส่วนเจ้าหน้าที่ในคอนโดทุกคนก็ให้การยืนยันว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้พักอยู่ในคอนโดของพวกเขาซึ่งเรื่องนี้ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตในที่สุดก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่าเธอเป็นแม่ของเด็กทารกคนดังกล่าวส่วนชายพลเมืองดีที่คนในโลกออนไลน์และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาอยู่นั้นก็คือแฟนหนุ่มของเธอเอง

            โดยหญิงสาวคนดังกล่าวและพลเมืองดีหนุ่มนั้นได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าแฟนสาวของเขาเกิดอาการแท้งลูกและเมื่อคลอดออกมาเด็กก็ตายทันทีด้วยความตกใจเขาจึงได้นำศพของเด็กทารกไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วแต่งเรื่องขึ้นมาว่ามีคนนำศพทารกมายัดใส่มือนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ

พบคนตายคาห้องเช่าที่คลองเตย ชาวชุมชนพากันผวากลัวว่าจะตายจากการติดโควิด-19

Published / by admin

             เมื่อวันที่ 19 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ช่วงเวลาประมาณ 8:30 น.   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งซึ่งห้องเช่าหลังดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณคลองเตยและอยู่กลางชุมชนเลยทีเดียวนอกจากนี้ผู้ที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นยังระบุอีกด้วยว่ามีความเป็นไปได้สูงมากกว่า ผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

        จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นคนกัมพูชามาทำงานอยู่ในประเทศไทยโดยห้องพักที่เสียชีวิตนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 คนเป็นสองสามีภรรยาซึ่งเป็นคนกัมพูชาทั้งคู่สำหรับภรรยาของผู้เสียชีวิตนั้นในขณะนี้มีการติดเชื้อไวรัสโควิตและได้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ด้วยขณะที่ผู้เป็นสามีนั้นอยู่บ้านคนเดียวทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าชายคนดังกล่าวน่าจะติดเชื้อไวรัสโควิคมาจากภรรยาของตนเองและเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส covid นั่นเอง

         สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นอายุประมาณ 45 ปีซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นห้องพักก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และไม่มีบาดแผลตามร่างกายมีเพียงสภาพของศพที่นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนเท่านั้นนอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลว่าช่วงหลังๆผู้เสียชีวิตก่อนที่จะตายนั้นมีอาการไอค่อนข้างเยอะที่สำคัญมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

        อย่างไรก็ตามในตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมายังห้องเช่าที่มีศพชายชาวกัมพูชานอนเสียชีวิตนั้นทุกคนได้มีการใส่ชุด ppe เข้ามาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หลังจากนั้นก็นำศพของชาวเวียดนามใส่ถุงนิรภัยโดยใส่ไปทั้งสิ้นจำนวน 3 ชั้นด้วยกันเพื่อป้องกันเชื้อแพร่ระบาดออกไปนั่นเอง

         ข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตยระบุว่าผู้ตายนั้นทำงานเป็นพนักงานก่อสร้างโดยไปทำงานอยู่แถวบริเวณย่านรามคำแหงแต่ช่วงหลังนี้ผู้ตายไม่ได้เดินทางไปทำงานเพราะไม่สบายอย่างหนักและผู้ตายก็มีการตรวจหาไวรัสโควิด-19 ไปแล้วครั้งนึงแต่ไม่พบว่าติดเชื้อโควิด-19  

         ขณะเดียวกันภรรยาของผู้ตายนั้นกลับพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิคซึ่งผู้ตายมีคิวที่จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ทันได้ตรวจก็มาเสียชีวิตเสียก่อนโดยทางชาวบ้านในชุมชนต่างก็พากันพูดถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่าผู้ตายนั้นติดเชื้อไวรัส covid ตายแน่นอนและทุกคนต่างก็พากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าเชื้อของไวรัสโควิตจะแพร่กระจายทำให้คนภายในชุมชนติดกันเยอะมากขึ้นนั่นเอง 

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราวโดย.     ติดต่อ ufabet

จับโป๊ะ สาวท้องทิพย์

Published / by admin

             จากกรณีที่ครอบครัวหนึ่งได้มีการระบุว่าตนเองนั้นคลอดลูกแฝดออกมาเป็นชายและหญิงและเสียชีวิต 1 คนซึ่งในขณะนี้ลูกที่เสียชีวิตนั้นศพได้หายไปและส่วนลูกที่รอดชีวิตนั้นก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลและในขณะนี้ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าลูกสาวที่รอดชีวิตซึ่งทางครอบครัวของหญิงสาวคนดังกล่าวได้พยายามที่จะเรียกร้องให้โรงพยาบาลออกมารับผิดชอบ

          ซึ่งหลังจากเรื่องราวนี้โด่งดังไปทั่วในโลกออนไลน์ก็มีสำนักข่าวจากสื่อต่างๆเข้าไปทำข่าวกันเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็คือรายการโหนกระแสซึ่งได้มีการเชิญสามีภรรยาที่ประสบปัญหาศพลูกหายไปให้มาร่วมออกรายการระหว่างที่มีการสัมภาษณ์กันอยู่นั้นทางด้านพิธีกรหนุ่มกรรชัยก็พยายามที่จะสอบถามข้อมูล 

             ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่คุยกันนั้นก็คือการที่คนในโลกโซเชียลเริ่มมองว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้ท้องจริงอาจจะเป็นการทองทิพย์มโนไปเอง  โดยหญิงสาวต้นเรื่องยืนยันว่าเธอท้องจริงอย่างแน่นอนพร้อมทั้งสามีของเธอเองก็ยืนยันเช่นเดียวกันด้าน พิธีกรหนุ่มกรรชัย  จึงได้มีการแนะนำพาไปตรวจร่างกายใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

           โดยทางหนุ่มกรรชัยยินดีที่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกายให้ทั้งหมดหลังจากนั้นก็พากันไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎวัฒนะซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโดยขอพบนายแพทย์อานนท์ซึ่งเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศไทยและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของสูตินรีแพทย์โดยตรง

           ทางด้านนายแพทย์อานนท์ได้มีการตรวจร่างกายของนางสาวกรกนกอย่างละเอียด โดยนายแพทย์อานนท์ยืนยันว่าจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องคลอดแล้วไม่พบลักษณะของคนที่ผ่านการตั้งท้องมาก่อนเนื่องจากว่ามดลูกมีขนาดแซ่บปกติเหมือนกับคนทั่วไปที่สำคัญยังไม่มีเศษน้ำคร่ำหรือน้ำคาวปลารวมถึงไม่มีภาวะการเกิดประจำเดือนหลังจากคลอดบุตรอีกด้วย

และที่สำคัญตรวจเต้านมก็ไม่พบลักษณะของเต้านมสำหรับหญิงที่มีครรภ์เพราะเป็นเต้านมของผู้หญิงทั่วไปตามปกติที่ไม่มีน้ำนมไหลออกมานอกจากนี้คุณหมออานนท์ยังได้มีการเจาะเลือดเพื่อไปทำการตรวจฮอร์โมนอีกครั้งหนึ่งซึ่งจะทราบผลได้ภายใน 3 วันแต่เบื้องต้นคุณหมออานนท์ยืนยันว่าลักษณะของนางสาวกนกกรนั้นไม่น่าจะมีอาการตั้งครรภ์มาก่อนอย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตามนางสาวกนกอรได้มีการนำน้ำนมมาให้นายแพทย์เพื่อทำการตรวจซึ่งเธอยืนยันว่าเป็นน้ำนมของตัวเองดังนั้นจึงมีการเจาะเลือดของนางสาวกนกอรและเอาน้ำนมไปทำการตรวจผลปรากฏว่า DNA ของน้ำนมและเลือดนั้นคนละโครโมโซมกันซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่าน้ำนมดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของนางสาวกนกอรอย่างแน่นอน 

          หลังจากที่มีการตรวจร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราสามารถสรุปได้ว่านางสาวกนกกรนั้นไม่ได้มีการผ่านการตั้งกันมาก่อน  และเป็นการมโนท้องทิพย์อย่างแน่นอน ซึ่งคนในโลกออนไลน์ ต่างก็พากันเชียร์ให้โรงพยาบาลฟ้อง สามี – ภรรยาคู่นี้ ที่สร้่างเรื่องวุ่นวาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย     ufabet เว็บแม่

วัยรุ่นยุค 90 ใจหาย RS ประกาศขายตึก 135 ล้าน

Published / by admin

           ใครที่เกิดในยุค 90 เชื่อว่าน่าจะรู้จักตึก RS กันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าในช่วงเวลานั้นค่าย RS ซึ่งเป็นค่ายเพลงชื่อดังจะมีนักร้องหลายวงที่ร้องเพลงเพราะและบรรดาแฟนคลับนั้นก็มักจะไปเฝ้ารอศิลปินในดวงใจของตนเองที่ตึกดังกล่าว  ล่าสุด Facebook ของดีเจชื่อดังที่ทำรายการ RS RETRO ได้ออกมาโพสต์รูปตึกของ RS พร้อมระบุว่า RS นั้นได้มีการประกาศขายตึกอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         โดยมีการติดป้ายประกาศขายอย่างชัดเจนซึ่ง RS มีการขายทั้งหมด 3  ตึกด้วยกันโดยหนึ่งในนั้นมีตึกที่แฟนคลับยุค 90 ที่เคยไปเฝ้าศิลปิน RS นั้นถูกนำมาประกาศขายด้วย โดยมีการตั้งราคาขายอยู่ที่ 135 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีตึกอื่นๆของ RS ที่มีการติดป้ายขายเช่นเดียวกันส่วนสาเหตุของที่ผู้บริหาร RS มีการประกาศขายตึกนั้น ก็เพราะว่าทางบริษัทอาร์เอสนั้นได้มีการย้ายสถานที่ทำงานใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        โดยสถานที่ทำงานใหม่นั้นมีพื้นที่กว้างกว่า 16 ไร่ด้วยกันและอยู่แถวบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจซึ่งในขณะนี้ได้มีการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมที่จะสามารถเข้าอยู่อาศัยได้แล้วโดยเหลือเพียงแค่การตกแต่งเพลงเท่านั้นทำให้เฮียฮ้อซึ่งเป็นเจ้าของตึกนั้นจำเป็นที่จะต้องออกมาประกาศขายตึกเก่าของตนเองเพื่อเตรียมตัวที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในตึกใหม่นั่นเองโดยตึกใหม่นี้จะอยู่ในซอยลาดพร้าว 15 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพตึกของ RS และมีการโพสต์เกี่ยวกับเรื่องของการขายตึกออกมาก็ทำให้บรรดาคนที่เกิดในยุค 90 นั้นต่างก็พากันใจหายเนื่องจากว่าเป็นสถานที่ในตำนานที่หลายคนนั้นเคยไปนั่งเฝ้าศิลปินของตนเองถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ศิลปินเหล่านั้นจะไม่ได้มีการทำงานอยู่ที่ตึก RS แล้วแต่ว่ามันก็ถือว่าเป็นตำนานอย่างหนึ่งของวงการเพลงเลยก็ว่าได้ 

       สำหรับบริษัทอาร์เอสนั้นแต่เดิมเป็นบริษัทที่ผลิตศิลปินนักร้องออกมาซึ่งมีศิลปินมากมายและโด่งดังมากในยุค 90 ไม่ว่าจะเป็นเจมส์เรืองศักดิ์  วงบอยสเก๊าท์    รวมถึงเต๋าสมชายเข็มกลัดและอื่นๆอีกมากมายนอกจากนี้ยังมีการผลิตดาราของค่าย RS ซึ่งเป็นการนำนักร้องมาเป็นดาราและสร้างเป็นภาพยนตร์รวมถึงบริษัท RS ก็ยังมีการทำผลงานเพลงลูกทุ่งและยังมีการทำทีวีดิจิตอลช่อง 8  และยังมีทำกิจการอื่นๆอีกมากมาย

            อย่างไรก็ตามหลังจากที่หมดยุคช่วง 90 ไปผลงานเพลงของศิลปินก็ลดน้อยลงจนในที่สุดก็มีการเลิกกิจการผลิตเพลงออกมาเหลือเพียงแค่ค่ายเพลงที่เป็นเพลงลูกทุ่งอย่างเดียวเท่านั้นนอกจากนี้ทางบริษัทยังได้เปลี่ยนลักษณะของการทำงานจากทำงานสื่อต่างๆมาเป็นการขายพวกอาหารเสริมแทนซึ่งในขณะนี้นับได้ว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอาร์เอสเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ติดต่อ ufabet

ผวาทั้งคอนโด เมื่อสาวเสื้อแดงปีนระเบียงออกมาเต้น ก่อนร่วงจากชั้น 25 ลงพื้น

Published / by admin

          เมื่อวันที่ 9 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2564     มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวของประเทศจีนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่อยู่อาศัยในเมืองซันย่า  มณฑลไห่หนาน   โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งชุมชนดังกล่าวนั้นเป็นชุมชนที่มีการปลูกคอนโดที่เจ้าของมักจะไปเช่าให้นักท่องเที่ยวบริเวณชุมชนนี้จะมีคอนโดอยู่หลายตึกด้วยกันมันก็มีความสูงถึง 30 ชั้นหรือมากกว่า 

         อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวออกมาว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวใส่ชุดสีแดงตกลงมาจากระเบียงของคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งมีความสูงถึง 25  ชั้นด้วยกัน  โดยมีชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับคอนโดดังกล่าวนั้นสามารถถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ทั้งหมดและมีการถูกนำมาเผยแพร่ให้กับคนในโลกออนไลน์ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดการ

        สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปและทำให้มีสาวเสื้อแดงเสียชีวิตนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ 2554 ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาเที่ยงโดยคนในพื้นที่เห็นว่าตรงระเบียงของห้องพักชั้น 25 ห้องหนึ่งไม่มีหญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีแดง  ออกมาเต้นด้านนอกระเบียงโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอะไรเลยซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พยายามตะโกนให้หญิงสาวกับเข้าไปในห้องเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่หญิงสาวคนดังกล่าวนั้นกลับบอกว่าเธอกำลังถ่ายคลิปอยู่ที่เป็นอะไร

          อย่างไรก็ตามได้มีเจ้าหน้าที่ดูแลคอนโดได้ขึ้นไปยังห้องของหญิงสาวคนดังกล่าวเพื่อทำการบอกให้เธอหยุดกระทำการหวาดเสียวแต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่บอกให้เธอกลับเข้ามาในห้องเพียงแค่ไม่นานเท่านั้นเธอก็ร่วงลงจากชั้น 25 ทันทีซึ่งมีคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังจุดเกิดเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นห้องที่เกิดเหตุพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามตรวจสอบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเป็นใครเพื่อที่จะได้ประสานงานให้ญาติเขาหญิงสาวมารับศพ

           สำหรับคอนโดที่ดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคอนโดที่มีคนซื้อแล้วปล่อยให้นักท่องเที่ยวเช่าโดยห้องพักดังกล่าวเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งและเสียชีวิตไปในห้องพักชั้นเดียวกันอย่างไรก็ตามในขณะนี้ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของห้องที่เกิดเหตุได้ สำหรับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และนักท่องเที่ยวที่มีการเช่าห้องที่อยู่ใกล้กับคอนโดดังกล่าวในขณะนี้ต่างก็พากันหวาดผวาและมีการย้ายออกจากคอนโด เพราะความกลัวกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub online ผ่านเว็บ

จับคนร้ายฆ่าหญิงวัย 74 ปีทิ้งศพคาคูน้ำได้แล้ว

Published / by admin

            จากกรณีที่มีเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนทั้งตำบลเชิงแส   จังหวัดสงขลา   เมื่อมีหญิงชราวัย 74 ปีถูกคนร้ายทำร้ายฝันไปตามร่างกายทั้งคอและมือจนเสียชีวิตแล้วนำศพไปทิ้งในคูน้ำซึ่งห่างจากบ้านเพียงแค่ประมาณ 50 เมตรเพียงเท่านั้นอย่างไรก็ตามทางด้านชาวบ้านและญาติของผู้ตายต่างก็สันนิษฐานตรงกัน

ว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นชายวัย 66 ปีซึ่งอาศัยอยู่บ้านข้างๆกับหญิงชรานั่นเองและหลังจากที่พบศพของหญิงชราก็ไม่เคยมีใครเห็นชายคนดังกล่าวอีกเลยซึ่งล่าสุดก่อนที่ตำรวจจะพบศพมีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้เดินหายไปทางด้านหลังของบ้านซึ่งเป็นป่าและภูเขา

            อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้พยายามออกติดตามหาอยู่หลายวันแต่ก็ไม่สามารถพบชายวัย 66 ปีคนดังกล่าวแต่เมื่อวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564   ได้มีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ตำบลชุมพล    ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบเห็นชายส่งไวเดินหิว Seoul มาขอข้าวชาวบ้านและขอข้าววัดกินโดยล่าสุดจึงอยู่ที่ตรงบริเวณวัดนางเหล้า  ตำบลชุมพรซึ่งชาวบ้านคาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุฆ่าหญิงชราวัย 74 ปี

       หลังจากได้รับสายจากชาวบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบจนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการแต่งตัวเป็นชาวบ้านและขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกตามหาวนรอบหมู่บ้านของตำบลชุมพล  ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพบว่ามีชายวัย 66 ปีเดินอยู่บริเวณริมถนนในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรมและหินโซลเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการลงไปพูดคุยด้วยหลังจากนั้นก็จับกุมทันที  โดยขณะที่จากกลุ่มนั้นคนร้ายไม่ได้มีการหลบหนีแต่อย่างใดเพราะอยู่ในสภาพที่หมดแรงและหิวอาหารเป็นอย่างมากนั่นเอง

          จากการสอบสวนคนร้ายเบื้องต้นพบว่าได้มีการลงมือทำร้ายหญิงชราวัย 74 ปีจริงโดยทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มองว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั้นคงที่ดินของตนเองโดยทางผู้ก่อเหตุยืนยันว่าทางหญิงชรานั้นเป็นคนที่โกงที่ดินของเขาไปก่อนและยังมีปัญหาเรื่องของน้ำตกใส่หลังคาบ้านในวันเกิดเหตุจึงได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงและเขาจึงได้บันดาลโทสะใช้อาวุธมีดทำร้ายจนหญิงชราเสียชีวิตแล้วนำออกไปทิ้งอย่างครูน้ำข้างบ้านนั่นเอง 

     อย่างไรก็ตามทั้งชาวบ้านและครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้นต่างก็ไม่เชื่อคำให้การของผู้เสียชีวิตเพราะทุกคนมองว่าหญิงชรานั้นเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาและไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร 

 

สนับสนุนโดย    UFABET เว็บตรง

อินเดียอนุมัติใช้ยาตัวใหม่รักษาโควิด-19

Published / by admin

ซึ่งก็มีทั้งกระแสประเด็นที่เป็นทั้งข่าวร้ายเป็นข่าวดีเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแต่ว่าล่าสุดวันนี้เรามีทั้งมุมมองที่เป็นข่าวร้ายและเป็นข่าวดีมานำเสนอกันด้วยเอาข่าวร้ายก่อนแล้วกัน ข่าวร้ายล่าสุดอินเดียกำลังพบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19บางคนรักษาหายเป็นปกติแล้วบางคนกำลังรักษาอาการป่วยอยู่

ปรากฎว่ามันได้มีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นเป็นอาการที่เรียกว่าติดเชื้อราดำซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อราดำที่ว่านี้ทำให้เกิดผลข้างเคียงเกี่ยวกับดวงตาบางรายตาบอดพิการถึงขนาดอาจจะรุนแรงถึงขนาดเสียชีวิตได้และผู้ที่มีความเสี่ยอย่า

สูงก็คือผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั่นเอง

ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เข้าไปซ้ำเติมสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อที่กำลังมากอยู่ในขนาดนี้ที่อินเดียแต่ว่าอีกมุมหนึ่งในข่าวดีก็คือที่อินเดียในตอนนี้ได้มีการอนุมัติให้ใช้ยา ทู-ดีจี 

สำหรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19เรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้เราจะเคยได้ยินแต่ ยาฟาวิพิราเวียร์ คราวนี้ ทู-ดีจี จะเข้ามาช่วงทำให้ผู้ป่วยนั้นสามารถฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้นลดระยะเวลาในการรักษาในช่วงเวลาที่เตียงผู้ป่วยขาดแคลนแล้วก็ถังออกซิเจนก็ได้เข้าภาวะวิกฤตอย่างหนักเลยทีเดียว

ลดปัญหาการขาดออกซิเจนได้เป็นอย่างดีเพราะว่าอินเดียตอนนี้ปัญหาหนักๆของเขาก็คือว่าออกซิเจนมีให้กับผู้ป่วยไม่เพียงพอจนเกิดการเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวนวนงานควบคุมยาของอินเดียหรือว่า DCGI ล่าสุดอนุญาตให้ใช้ยาทู-ดีจี 

เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19ในกรณีฉุกเฉินคือเจ้ายาตัวนี้มันได้มีคุณสมบัติพิเศษในการรวบรวมเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเข้าด้วยกันแล้วมันจะส่งผลที่จะเข้าไปหยุดการสังเคาะห์แสงของเจ้าไวรัสชนิดนี้ เพราะมันจะต้องสังเคาะห์แสงเพื่อนำไปช่วยในการเจริญเติมโตของเจ้าตัวไวรัส

วิธีการรับประทานก็คือว่าระลายในน้ำแล้วก็ดื่มเข้าไปทีนี่ผลการทดลองคลินิกแสดงให้เห็นว่าตัวยานี้มีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลฟื้นตัวได้เร็วขึ้นลดการพึ่งพาออกซิเจนอีกด้วย

ซึ่งจำนวนผู้ป่วยโควิด-19จำนวนมาที่ขารับยา ทู-ดีจี ไปแล้วพอเอาไปตรวจด้วยชุดทดสอบปรากฎว่าผลมันออกมาเป็นลบเพราฉะนั้นจะเป็นข้อสรุปว่ายาตัวนี้มีประโยชน์มาต่อผู้ป่วยในเวลานี้ล่าสุดยาตัวนี้ ทู-ดีจี ได้รับการพัฒนาโดยสถาบันเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่เป็นห้องปฏิบัติการขององค์การวิจัยและพัฒนากลาโหมของอินเดียหรือว่าDRDO

โดยเขาจะใช้ในการบำบัดเสริมให้กับผู้ป่วยโควิด-19ระดับปลานกลางหรือในระดับรุนแรงก็คาดการณ์กันว่าเจ้าตัวยาตัวนี้แหละจะสามารถช่วยรักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้ได้

 

สนับสนุนโดย   ติดต่อ ufabet