คลังเก็บหมวดหมู่: การพนัน

วิธีการดูแลสุขภาพของตนเอง

Published / by admin

โดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ
ขึ้น ในชีวิต ก็จะพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นอันดับแรก เมื่อรู้ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ก็จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น

ในเรื่องความเจ็บป่วย หรือปัญหาสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ทุกคนต้องการที่จะดูแลตนเอง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น กล่าวได้ว่า “การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแต่ละคนปฏิบัติ และยึดเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ เพื่อให้มีสุขภาพดี” อาจแบ่งขอบเขตการดูแลสุขภาพตนเอง เป็น 2 ลักษณะคือ

            1. การดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติ

เป็นการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัว ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ ได้แก่

– การดูแลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข เช่น การออกกำลังกาย การสร้างสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

– การป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรค เช่น การไปรับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ การไปตรวจสุขภาพ การป้องกันตนเองไม่ให้ติดโรค

             2. การดูแลสุขภาพตนเองเมื่อเจ็บป่วย

การดูแลสุขภาพตนเอง ให้มีสุขภาพสมบูรณ์ และแข็งแรงอยู่เสมอ จะต้องปฏิบัติกิจกรรม ในด้านการส่งเสริมสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักสุขบัญญัติ 10 ประการ และสำรวจสุขภาพตนเอง ดังนี้

1. ดูแลรักษาร่างกาย และของใช้ให้สะอาด

  • อาบน้ำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

  • การรักษาอนามัยของดวงตา
    ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญ เราควรหวงแหน และให้ความเอาใจใส่ ควรปฏิบัติดังนี้
    • อ่าน หรือเขียนหนังสือในระยะห่างประมาณ 1 ฟุต โดยมีแสงสว่างเพียงพอ แสงเข้าทางด้านซ้าย หรือตรงข้ามกับมือที่ถนัด หากรู้สึกเพลียสายตา ควรพักผ่อนสายตา โดยการหลับตา หรือมองไปไกลๆ ชั่วครู่
    • ดูโทรทัศน์ในระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตรครึ่ง
    • บำรุงสายตาด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่า เช่น มะละกอสุก ฟักทอง และผักบุ้ง เป็นต้น
    • ใส่แว่นกันแดด ถ้าจำเป็นต้องมองในที่ๆ มีแสงสว่างมากเกินไป
    • ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยแผ่นทดสอบสายตา (E-Chart) ถ้าสายตาผิดปกติ ให้พบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสอบ และประกอบแว่นสายตา
  • การรักษาอนามัยของหู
    หูเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย ที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลให้ถูกต้อง ดังนี้

    • เช็ด บริเวณใบหู และรูหู เท่าที่นิ้วจะเข้าไปได้ ห้ามใช้ของแข็งแคะเขี่ยใบหู รูหู
    • คนที่มีประวัติว่า มีการอักเสบของหู ต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าหูเด็ดขาด
    • หากมีน้ำเข้าหู ให้เอียงหูข้างนั้นลง น้ำจะค่อยๆ ไหลออกมาได้เอง หรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดบริเวณช่องหูด้านนอก
  • ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ไม่อับชื้น และให้ความอบอุ่นเพียงพอ
    การรักษาความสะอาดของเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอนเป็นิส่งสำคัญ เสื้อผ้าที่ใช้แล้วทิ้ง ชั้นนอกและชั้นใน ต้องมีการทำความสะอาดด้วยสบู่ หรือผงซักฟอกทุกครั้ง นำไปผึ่งหรือตากแดดให้แห้ง ประการสำคัญ การสวมเสื้อผ้า ต้อใช้ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ไม่ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ หรือซักไม่สะอาด อับชื้น เพราะจะทำให้เกิดโรคผิวหนังได้

2. รักษาฟันให้แข็งแรง และแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง

แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงขนมหวาน เช่น ลูกอม แปรงฟัน หรือบ้วนปากหลังรับประทานอาหาร ไม่ใช้ฟันขบเคี้ยวของแข็ง

3. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่าย

ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนและหลังการปรุงอาหาร รวมทั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่าย เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ และติดเชื้อโรคได้ ควรล้างมือให้ถูกวิธี ดังนี้

  • ให้มือเปียกน้ำ ฟอกสบู่ ถูให้ทั่วฝ่ามือ ด้านหน้า และด้านหลังมือ
  • ถูตามง่ามนิ้วมือ และซอกเล็บให้ทั่ว เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกไป พร้อมทั้งถูกข้อมือ
  • ล้างน้ำให้สะอาด แล้วเฃ็ดมือให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาด

4. รับประทานอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด

  • เลือกซื้ออาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคำนึงถึงหลัก 3 ป. คือ ประโยชน์ ปลอดภัย ประหยัด
  • ปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และใช้เครื่องปรุงรสที่ถูกต้อง โดยคำนึงถึงหลัก 3 ส. คือ สงวนคุณค่า สุกเสมอ สะอาดปลอดภัย
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • รับประทานอาหารปรุงสักใหม่ และใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารรสจัด อาหารใส่สีฉูดฉาด
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

5. งดบุหรี่ สุรา สารเสพย์ติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ

  • ไม่เสพสารเสพย์ติดทุกชนิด เช่น บุหรี่ สุรา ยาบ้า กัญชา กาว ทินเนอร์
  • งดเล่นการพนันทุกชนิด
  • ไม่มั่วสุมทางเพศ

6. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น

  • ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำงานบ้าน
  • มีการปรึกษาหารือ และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
  • การเผื่อแผ่น้ำใจซึ่งกันและกัน
  • การทำบุญ และได้ทำกิจกรรมสนุกสนานร่วมกัน

7. ป้องกันอุบัติเหตุด้วยความำม่ประมาท

  • ดูแล ตรวจสอบ และระมัดระวังอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ไฟฟ้า เตาแก๊ส ของมีคม ธูปเทียนที่จุดบูชาพระ และไม้ขีดไฟ
  • ระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น การใช้ถนน โรงฝึกงาน สถานที่ก่อสร้าง และชุมชนแออัด เป็นต้น

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เจริญเติบโตสมวัย กระตุ้นให้กระดูกยาวขึ้น และเข็งแรงขึ้น ทำให้สูงสง่า บุคลิกดี และยังช่วยผ่อนคลายความเครียด จากการทำงาน ตลอดจนเพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย โดย

  • ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 20-30 นาที
  • ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และวัย
  • ตรวจสอบสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง

9. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

  • พักผ่อน และนอนหลับให้เพียงพอ
  • จัดสิ่งแวดล้อมทั้งในบ้าน และนอกบ้านให้น่าอยู่
  • มองโลกในแง่ดี ให้อภัย และยอมรับข้อบกพร่องของคนอื่น
  • เมื่อมีปัญหาไม่สบายใจ ควรหาทางผ่อนคลาย ในทางที่ถูกต้องเหมาะสม

10. มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม

ใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ ไฟ อย่างประหยัด หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงพลาสติก โฟม ตลอดจนการร่วมมือกัน รักษาความสะอาด และเป็นระเบียบของสถานที่ทำงาน และที่พัก เป็นต้น

ความรับผิดชอบต่อสังคม

Published / by admin

คือกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การดำเนินงานขององค์การโดยตรง และมีผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารกระบวนการหลัก และความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การควบคุมกระบวนการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การผลิตไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดด้วยหลักธรรมาภิบาล เป็นต้น

คือ กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานโดยตรง ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือเกื้อกูล และชุมชนโดยรอบด้วยความเอื้ออาทรสานสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์การกับชุมชนให้เกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจ เช่น การปลูกป่า การรณรงค์สร้างจิตอาสา การบริจาคทุนการศึกษา การส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น

ผลการดำเนินงานความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ปี 2555

การดำเนินงานด้านชุมชนแหล่งผลิตไฟฟ้า

กฟผ. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการสื่อสาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในแหล่งผลิตไฟฟ้าต่างๆ ประกอบด้วย

  1. การสื่อสารพัฒนาพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการยอมรับ และให้การสนับสนุนภารกิจของกฟผ. ในพื้นที่ต่างๆ สำรวจและก่อสร้างไฟฟ้า
  2. การพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนา และส่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้ชุมชนรอบพื้นที่โครงการไฟฟ้าใหม่ มุ่งให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน ได้แก่
    • ส่งเสริมกิจกรรมด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี สุขภาพอนามัย และการรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชน
    • ส่งเสริมอาชีพ สร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาอาชีพพื้นฐาน และอาชีพเสริม รวมทั้งการเรียนรู้การนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มาพัฒนาด้านการเกษตรและรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

Final egat

                                              การอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม

กฟผ. ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่นโดยน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นแนวทาง

  1. 1. โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ
  2. โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบโรงไฟฟ้า
  3. การส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม
  4. การส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชม

กิจกรรมทางสังคม

  1. โครงการ “ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”
  2. โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน
  3. โครงการแว่นแก้ว
  4. โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  5. โครงการกฟผ.เพราะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม
  6. การสนับสนุนกีฬาและเยาวชน

            การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า(Demand Side Management : DSM)

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่กฟผ.มุ่งมั่นส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยการดำเนินการต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา

  • โครงการฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ติดฉลากให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นจำนวนฉลากเบอร์ 5 ที่ติดอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ผลการดำเนินการรณรงค์ประหยัดไฟฟ้า 20 ปีที่ผ่านมา สามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ลด CO2 ได้ 7 ล้านตัน
  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • โครงการห้องเรียนสีเขียว ทั่วประเทศ 414 แห่ง รวมทั้งขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่ายที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงอีก 925 แห่ง
  • โครงการโรงเรียนสีเขียวโดยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมจากห้องเรียนสีเขียวเป็นโรงเรียนสีเขียว 70 แห่ง

การผลิตไฟฟ้า จะต้องใช้พื้นที่ในการสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจอยู่ใกล้เขตชุมชน หรือมีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี และไม่มีผลกระทบใดๆ กับเขตชุมชุมเหล่านั้น การไฟฟ้าจึงสร้างความรับผิดชอบที่ให้เกิดความยอมรับ และมอบประโยชน์ให้กับชุมชน ในด้านการสนับสนุนคุณภาพชีวิต และวิถีชุมชนด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมสนับสนุนศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพอนามัย และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการกีฬา รวมไปถึงการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน และพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน (ไตรภาคี) ให้ประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาในการใช้โรงไฟฟ้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี และพลังงาน มีการจ้างงานในพื้นที่ รวมไปถึงมีการจัดสรรภาษีทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้พัฒนาชุมชนต่อไป เช่น ภาษีโรงเรือน และภาษีที่ดิน

กติกาชีวิต

Published / by admin

กติกาคือกรอบควบคุมพฤติกรรม เพราะในกติกานั้นมีข้อตกลง มีข้อกำหนด อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ และถ้าไม่ปฏิบัติตามกติกาจะต้องได้รับโทษรูปใดรูปหนึ่ง สังคมเล็กๆ หรือสังคมใหญ่จะอยู่ร่วมกันได้จะต้องอาศัยกติกา กติกาดังกล่าวอาจเขียนเป็นตัวอักษรหรือสิ่งที่รู้กันและปฏิบัติกันจนเป็นวัฒนธรรม เมื่อเราพูดถึงกติกาเรามักมองภาพเพียงแต่เรื่องกีฬา แต่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับการเมือง ธุรกิจ ศาสนา ฯลฯ จริงๆ แล้วถ้าสองคนประสงค์จะทำงานร่วมกัน ก่อนจะลงมือทำควรร่างกติกากันก่อน มิฉะนั้นเมื่อปัญหาเกิดขึ้นเราจะไม่มีสิ่งใดมาเป็นฐานรองรับการปรับความเข้าใจกันได้

ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาทราบดีว่าจะมีนักกีฬาบางคนที่หวังชนะอย่างเดียว เขาจะทำอะไรก็ได้ วิธีไหนก็ได้แต่ขอให้ชนะ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการกีฬาได้เปลี่ยนไปจากเพื่อสมานสามัคคีและเพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยคนให้มีความอดทน มีระเบียบวินัย เรียนรู้จักการให้อภัย และเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ กลายเป็นเพื่อชื่อเสียง เกียรติและผลประโยชน์ ดังนั้นนั้นความเป็นนักกีฬาที่แท้จริงได้หายไป ชัยชนะที่ได้มาจากทำผิดกติกาไม่ว่าจะรู้สึกตัวคือตั้งใจจะทำ หรือไม่รู้สึกตัวคือพลาดไปโดยไม่ตั้งใจ แต่ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษ ชัยชนะของเขาไม่มีค่าอะไร

ความจริงเกี่ยวกับกติกาสามารถนำมาใช้กับชีวิตส่วนตัวของแต่ละคนได้เช่นกัน แต่ที่แตกต่างกันคือ ชีวิตส่วนบุคคล ผู้ที่จะตั้งกติกาเป็นตัวเองไม่ใช่ผู้อื่น เราต้องตกลงกับตัวเอง สร้างข้อกำหนดให้ตัวเองในเกมชีวิตแต่ละคนมีเป้าหมายความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ในชีวิตเราจะต้องระลึกอยู่เสมอว่าการได้มาซึ่งความสมหวังจะต้องไม่ทำอะไรที่ผิดหลักจริยธรรม ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราต้องเคร่งครัดในกติกาที่ตนเองตั้งขึ้น

ผมมีกติกาชีวิตซึ่งเป็นกรอบพฤติกรรม เป็นธรรมนูญภายในใจ กติกานั้นผมได้มาจากหลักการในพระคริสตธรรมคัมภีร์ หลักการของพระคัมภีร์บอกให้ผมมีความยุติธรรม เอาใจเขามาใส่ใจเรา อยากให้เขาทำอย่างไรกับเราก็ให้ทำสิ่งนั้นแก่เขาก่อน จะต้องไม่โกรธง่าย จะต้องเห็นใจผู้ด้อยโอกาส หมั่นกระทำการดีในทุกโอกาส อ่านพระคัมภีร์เป็นประจำ ไม่ขาดการไปนมัสการพระเจ้า ฯลฯ เราอาจเริ่มต้นสร้างกติกาง่ายๆ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจนติดเป็นนิสัย แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น ผู้ที่จะปฏิบัติตามกติกาได้จะต้องสร้างวินัยให้กับตนเอง ดังนั้นวินัยกับกติกาจึงเป็นคู่แฝด ไม่มีใครมีวินัยถ้าไม่ฝึกสร้างกติกาและยากที่คนเป็นบุคคลที่มีกติกาชีวิตถ้าไม่มีวินัย

จงสร้างกติกาชีวิตให้ตนเองมิฉะนั้นผู้อื่นจะช่วยตั้งให้